Issue 339 Cover Story
她和她的“国民鱼”
专访Kuang Pei San Food Products Public Co., Ltd.首席可持续发展官 Pavita Tohtubtiang女士
一个创立近半个世纪的食品品牌,如何在延续既有市场认知的同时,找到新的增长空间?对于泰国食品企业 Kuang Pei San Food Products Public Co., Ltd. 旗下的知名品牌 Pumpui(ปุ้มปุ้ย)而言,这不仅关乎产品创新,也涉及家族传承、组织管理与市场拓展。凭借鱼罐头及多种风味的即食食品,Pumpui积累了跨越不同世代的消费者基础。从辣椒酱鱼、炸鱼到花蛤系列,品牌以鲜明的口味和便捷的食用方式进入泰国家庭的日常生活。如今,迈入第48年的Pumpui正面对新的市场课题:消费者的饮食习惯不断变化,年轻一代对产品和品牌有了新的期待,健康意识也日益影响食品选择。如何守住品牌积累,又不受过去的成功所限制,成为企业持续发展的关键。
Pavita Tohtubtiang女士正参与应对这些挑战。她曾在公司负责采购,后来因四个孩子年幼而暂时回归家庭。丈夫离世后,她重新回到公司,承担起新的责任。这并非她原先设想的人生道路,却让她进一步走进家族企业的经营管理之中。当《ManGu曼谷》请她暂时放下管理者的身份介绍自己时,她首先说:“我是一位有四个孩子、同时也在工作的母亲。”这句简单的自我介绍,道出了她生活中的双重责任。丈夫希望Pumpui继续成长的愿望,是推动她前行的重要力量,而将这份心愿延续下去,则需要家人、亲属与专业团队共同努力。

她并不将企业发展视为某一个人的责任。由于曾在采购部门工作,她了解不同岗位对企业运转的重要性。她认为,信任既来自工作成果,也来自团队并肩解决问题、共同面对变化的经历。随着企业发展,仅凭家族成员的热情与经验已不足以支撑未来,建立更专业的管理机制、鼓励不同年龄层的员工参与决策,同样重要。
在管理中,她鼓励团队成员主动提出想法,通过讨论分析不同方案的机会与风险。她也承认,管理者的判断并非总是正确,每个人的知识与经验都值得倾听。持续学习、从错误中总结经验,并适应外部环境的变化,是她理解的组织活力所在。在品牌经营层面,Pumpui需要重新理解消费者。家庭规模缩小、独居人群增加,以及生活节奏加快,都在改变人们的饮食方式。食品企业需要在口味、便利性与品质之间寻找平衡。对此,Pumpui持续开发新产品:针对健康需求,推出降低糖和钠含量的辣椒酱鱼;顺应韩式料理的流行,开发韩式酱汁花蛤;同时推出适合不吃辣消费者的照烧酱鲭鱼,并将曾在马来西亚销售的参巴风味产品引入泰国市场。
对她而言,新品开发并非单纯追逐潮流,而是建立在对消费者需求的观察之上。无论口味与形式如何变化,品质始终是品牌需要坚守的基础。
如何与年轻消费者建立联系,也是Pumpui未来发展的重要方向。Pavita Tohtubtiang女士并不认为,成为上一代人的熟悉品牌就是负担。长期积累的消费者信任是企业的优势,但年轻人关注的可能不只是产品,也包括品牌所代表的价值及其对社会变化的回应。因此,企业既要维护老顾客,也要通过产品创新、传播方式与新的消费场景,吸引年轻一代。这种对团队与消费者的重视,也体现在企业内部沟通上。她认为,新产品对外发布前,员工应先了解产品及其开发方向。内部沟通不仅有助于信息准确传达,也能让团队明确共同目标。员工既是企业运营的重要参与者,也可以成为品牌的传播者。只有理解企业的发展方向,团队才能更有效地落实经营计划。
面向未来,Pumpui希望拓展销售渠道、丰富产品选择,并进一步进入国际市场。中国市场是品牌关注的方向之一。目前,Pumpui已有部分产品进入中国市场,并计划继续扩大布局。品牌看好原味花蛤与烘脆花蛤的市场机会,此前出口豆豉酱鱼的经历,也为其积累了跨市场经营经验。不过,不同国家和地区的消费偏好、产品要求及进口条件各不相同,企业仍需深入了解当地市场,寻找合适的切入点。
从家族事业的延续,到管理机制的完善,再到产品创新与国际市场拓展,Pumpui面对的是一系列相互关联的经营课题。Pavita Tohtubtiang女士的经历为这些变化提供了一个具体视角:传承不仅是保留家族与品牌积累的价值,也意味着以新的管理方式和市场思维,让企业具备持续发展的能力。近半个世纪的品牌历史,是Pumpui走向下一阶段的基础,而非终点。如何将既有的品牌认知转化为新的消费连接,并在更广阔的市场中建立竞争力,将继续考验企业的判断与执行能力。对Pavita Tohtubtiang女士及其团队而言,下一程的关键,是在守住品牌根基的同时,为持续增长寻找新的路径。

ManGu: ถ้าไม่แนะนำตัวในฐานะผู้บริหาร คุณแอร์อยากแนะนำตัวเองอย่างไร?
ManGu:如果不以企业管理者的身份介绍自己,您会怎样介绍自己?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์เป็นคุณแม่ลูกสี่ที่ทำงานไปด้วยค่ะ ในชีวิตมีหลายบทบาท และแต่ละบทบาทก็มีความรับผิดชอบที่ต้องดูแล
Pavita Tohtubtiang 女士:我是一位有四个孩子、同时也在工作的母亲。生活中,我有很多角色,每个角色都有需要承担的责任。
ManGu: อะไรทำให้คุณกลับมาทำงานในบริษัท หลังจากใช้เวลาดูแลครอบครัว?
ManGu:在专心照顾家庭一段时间后,是什么让您重新回到公司?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ก่อนหน้านี้แอร์เคยเข้ามาทำงานและรับผิดชอบงานส่วนหนึ่งของบริษัทค่ะ แต่ตอนนั้นลูกทั้งสี่คนยังเล็ก จึงกลับไปดูแลครอบครัวอยู่ช่วงหนึ่ง หลังจากสามีเสียชีวิต ก็มีความรับผิดชอบอีกส่วนที่ได้รับมอบหมายให้กลับเข้ามาช่วยดูแล
จริง ๆ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมารับบทบาทนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำอยู่คนเดียวค่ะ ทั้งน้องสาวของสามี ญาติ ๆ และทีมงานมืออาชีพต่างเข้ามาช่วยกัน เราทำงานเป็นทีมและเป็นครอบครัว
Pavita Tohtubtiang 女士:之前我曾在公司工作,负责其中一部分业务。但那时四个孩子都还小,我便暂时回归家庭,专心照顾他们。丈夫去世后,我又被托付了另一份责任,回到公司参与管理。其实,我从未想过自己有一天会承担这样的角色。但我并不是独自面对,丈夫的妹妹、其他家人以及专业团队都在帮助我。我们既是家人,也是一支团队。
ManGu: เมื่อมองย้อนกลับไป คุณมองช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นอย่างไร?
ManGu:回头看,您怎样理解那段人生中的困难时期?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: วันนี้แอร์อยากมองว่าเป็นโอกาสที่ทำให้ทุกคนกลับมาร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง และตั้งใจผลักดันปุ้มปุ้ยให้เดินต่อไปค่ะ วิกฤตมีหลายรูปแบบ ทั้งการสูญเสียคนสำคัญในครอบครัว หรือความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทุกคนต่างมีเรื่องหนักของตัวเอง สิ่งสำคัญคือเราจะก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไร
Pavita Tohtubtiang 女士:今天,我更愿意把它看作一个让大家重新凝聚起来的契机。每个人都投入其中,希望推动Pumpui继续前行。困难有很多种,可能是失去重要的家人,也可能是经济环境的变化。每个人都有自己的难处。关键在于,我们怎样应对这些变化。

ManGu: การกลับมาครั้งนี้ คือการสานต่อสิ่งที่สามีตั้งใจไว้ หรือการค้นพบภารกิจของตัวเอง?
ManGu:这次回归,是延续丈夫未完成的心愿,还是寻找属于自己的使命?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: สามีมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ปุ้มปุ้ยเติบโตต่อไปค่ะ และแอร์เชื่อว่านั่นก็เป็นภารกิจร่วมกันของทุกคนที่ทำงานที่นี่ ความตั้งใจของเขาเป็นแรงผลักดันส่วนหนึ่งของแอร์
เมื่อกลับเข้ามาทำงาน ก็ยิ่งรู้สึกรักองค์กร เพราะเราคลุกคลีกับปุ้มปุ้ยมานาน และได้เห็นความทุ่มเทของสามีมาตลอด สิ่งเหล่านี้เป็นทั้งแรงผลักดันและกำลังใจในการทำงานทุกวัน
Pavita Tohtubtiang 女士:丈夫一直希望Pumpui能够继续成长。我相信,这也是每一位在这里工作的人的共同使命。他的那份坚持,是推动我向前的一部分力量。重新投入工作后,我也更加感受到自己对这家企业的感情。我与Pumpui有着长久的联系,也一直见证着丈夫的用心投入。这些记忆,成为我每天工作的动力和支撑。
ManGu: ปุ้มปุ้ยเป็นแบรนด์ในความทรงจำของคนไทยหลายรุ่น จุดเริ่มต้นของแบรนด์เป็นอย่างไร?
ManGu:Pumpui是许多泰国人从小熟悉的品牌。它的故事是怎样开始的?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ปุ้มปุ้ยก่อตั้งโดยคุณสุธรรม โตทับเที่ยง ซึ่งเป็นคุณพ่อของสามีค่ะ ท่านเคยทำงานหลายอย่าง รวมถึงงานขาย ก่อนจะมองเห็นโอกาสและเริ่มต้นธุรกิจนี้ ท่านวางรากฐานไว้จนแบรนด์เป็นที่รู้จักและเติบโตมาถึงวันนี้ ปุ้มปุ้ยกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 48 สามีเคยพูดเสมอว่าแบรนด์เกิดมาพร้อมกับเขา สิ่งที่เราต้องทำต่อคือรักษาคุณค่าและชื่อเสียงที่สร้างไว้ พร้อมผลักดันให้แบรนด์เติบโตขึ้นค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:Pumpui由丈夫的父亲、Sutham Tohtubtiang先生创立。他早年做过不同的工作,也从事过销售,后来看到机会,开始经营这门生意。他打下的基础,让品牌逐渐为人熟知,并一路发展至今。Pumpui正迈入第48年。丈夫以前常说,这个品牌和他一起长大。我们接下来要做的,就是守住前辈建立的价值与声誉,同时让品牌继续成长。
ManGu: อะไรทำให้ปุ้มปุ้ยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง?
ManGu:当年,是什么让Pumpui广为人知?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ในยุคนั้นช่องทางสื่อสารยังมีไม่มากค่ะ ปุ้มปุ้ยให้ความสำคัญกับการโฆษณาผ่านโทรทัศน์และวิทยุ มีคุณประจวบ จำปาทองมาช่วยประชาสัมพันธ์ รวมถึงรายการ “ปุ้มปุ้ยปลายิ้มชิมรส” หรือแนวคิด "อร่อยที่รอยยิ้ม" (The Flavour of Joy) และการร่วมงานกับหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์เป็นที่จดจำ
Pavita Tohtubtiang 女士:那时候的传播渠道不像今天这么丰富,所以我们非常重视电视和广播广告,也曾邀请Prachuap Chattanon先生协助推广。此外,我们还通过《The Flavour of Joy》节目,以及与Thanadsri Svasti亲王的合作,让Pumpui逐渐走进大众的记忆。
ManGu: วัฒนธรรมจีนยังมีบทบาทในชีวิตครอบครัวอย่างไร?
ManGu:中华文化在您的家庭生活中,仍然扮演着怎样的角色?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์มีเชื้อสายจีนค่ะ และครอบครัวของสามีก็มีรากมาจากจีน เราเคยเดินทางไปเยี่ยมบ้านเกิดของครอบครัว และยังรักษาธรรมเนียมบางอย่างไว้ เช่น การดื่มชาร่วมกัน หลังอาหารหรือช่วงค่ำ ช่วงเวลาดื่มชาจะเป็นเวลาที่ทุกคนได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ คุณสุธรรมจะเล่าเรื่องการทำธุรกิจในอดีต วิธีทำการตลาด หรือสิ่งที่เคยประสบความสำเร็จ แอร์ได้เรียนรู้จากท่านในช่วงเวลาเหล่านี้ค่ะ ทุกวันนี้ยังมีโอกาสได้พบกันและดื่มชาด้วยกัน แม้แต่ละคนจะมีภารกิจของตัวเอง
Pavita Tohtubtiang 女士:我有华人血统,丈夫的家族也源自中国。我们曾回到家族的故乡探访,也保留着一些传统,例如一家人围坐喝茶。饭后或晚上,喝茶便成了大家聊天、交流经验的时间。Sutham先生会讲起过去经营企业的经历,分享当年的营销方法,以及哪些尝试取得了成功。我在这些相处的时光中学到了很多。如今,虽然大家各有各的事要忙,但仍会找时间见面、一起喝茶。

ManGu: เมื่อกลับเข้ามาทำงาน คุณสร้างความเชื่อมั่นกับทีม โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่มานานอย่างไร?
ManGu:回到公司后,尤其面对资历较深的员工,您怎样建立信任?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์คิดว่าความเชื่อมั่นมาจากผลงานและการทำงานเคียงข้างกันค่ะ เวลามีปัญหา เราต้องช่วยกันและสนับสนุนกัน แอร์เคยทำงานในฝ่ายจัดซื้อ จึงรู้สึกว่าทุกหน้าที่ในองค์กรมีความสำคัญ
ผู้บริหารทุกคนลงมาทำงานร่วมกับทีมอย่างจริงจัง เราก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน มากกว่าจะมองว่าเป็นเรื่องของการให้ใครมาเชื่อถือเราเพียงคนเดียวค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我认为,信任来自工作成果,也来自并肩工作的经历。遇到问题时,我们需要互相协助、互相支持。我以前在采购部门工作过,所以很清楚,企业里的每一个岗位都有它的重要性。管理层也会认真参与团队的实际工作。大家一起经历变化、一起向前,信任便在这个过程中慢慢建立起来。
ManGu: คุณอยากให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างไร?
ManGu:您希望家族企业如何走向更专业的管理?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ความรักในอาหารของครอบครัวเป็นรากฐานค่ะ แต่เมื่อองค์กรเติบโต ก็ต้องมีระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น เรามีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน จึงต้องเปิดโอกาสให้พวกเขานำเสนอไอเดียและทำงานร่วมกันเป็นทีม
แอร์เชื่อว่าความสำเร็จมาจากทีมที่ไม่ยอมแพ้ พร้อมรับมือกับปัญหา และยืดหยุ่นต่อโลกที่เปลี่ยนไป ทัศนคติแบบนี้เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันสร้างในองค์กรค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:家人对美食的热爱,是这门事业的基础。但企业成长之后,也需要更加专业、系统的工作方式。随着年轻同事加入,我们必须给他们表达想法、参与团队工作的空间。我相信,成功来自一支愿意坚持、勇于面对问题,并能适应变化的团队。这种态度,需要我们在企业中共同培养。
ManGu: สไตล์การทำงานของคุณเป็นอย่างไร?
ManGu:您的工作风格是怎样的?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์ชอบให้ทุกคนมีความคิดของตัวเองและกล้านำเสนอค่ะ เรามักใช้การระดมความคิด พูดคุยว่าแต่ละไอเดียมีโอกาสหรือข้อควรระวังอะไร ความคิดของแอร์เองก็ไม่ได้ถูกทั้งหมด ทุกคนมีความรู้และประสบการณ์ที่นำมาแลกเปลี่ยนกันได้
ถ้าเกิดความผิดพลาด สิ่งสำคัญคือได้เรียนรู้และไม่ทำผิดซ้ำ แอร์อยากให้ทั้งตัวเองและทีมพัฒนาตลอดเวลา หาความรู้จากภายนอก เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพราะทุกวันนี้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นมาก อยู่ที่ว่าเราจะเปิดรับและเรียนรู้ต่อหรือไม่ค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我喜欢大家有自己的想法,也愿意主动提出意见。我们经常一起讨论,看看每个想法有哪些可行之处、哪些地方需要注意。我的想法也不可能全部正确,每个人都有值得分享的知识和经验。如果出现失误,重要的是从中学习,避免重蹈覆辙。我希望自己和团队都能持续进步,接触外部信息,学习新的东西。今天,知识和信息已经很容易获取,关键在于我们是否愿意继续学习。
ManGu: ทำไมคุณจึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในก่อนการสื่อสารภายนอก?
ManGu:为什么您特别重视在对外传播前,先做好内部沟通?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: เพราะทุกคนในองค์กรเป็นกำลังสำคัญค่ะ ถ้าเราเปิดตัวสินค้าใหม่ไปข้างนอก แต่พนักงานยังไม่รู้จักสินค้าเลย ก็คงไม่เหมาะสม เราจึงมีการเปิดตัวภายในก่อน เพื่อให้พนักงานรู้จักและเข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำ เขาก็สามารถเป็นกระบอกเสียงของแบรนด์ได้ด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ทุกคนต้องเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน รู้ว่าองค์กรกำลังเดินไปทางไหน และจะมีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งนั้นอย่างไรค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:因为企业里的每个人都是重要的力量。如果新产品已经对外发布,员工却还不了解它,就很难让大家共同支持和推广它。因此,我们会先做内部发布,让员工理解产品,也知道公司正在做什么。他们同样可以成为品牌的传播者。更重要的是,所有人都要明确共同的目标,知道企业要往哪里走,以及自己如何参与其中。

ManGu: การเป็นแบรนด์ที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคย เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่หรือไม่?
ManGu:一个为上一代人所熟悉的品牌,在吸引年轻消费者时,会有包袱吗?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์ไม่ได้มองว่าเป็นอุปสรรคค่ะ ความทรงจำและความเชื่อมั่นที่สะสมมาเป็นรากฐานสำคัญ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางสื่อสารก็เปลี่ยนตาม คนรุ่นใหม่อาจไม่ได้มองแค่ตัวสินค้า แต่สนใจด้วยว่าแบรนด์มีคุณค่าอย่างไร และทำอะไรให้สังคม เราจึงต้องเรียนรู้ว่าจะเข้าไปอยู่ในใจของเขาได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ยังดูแลลูกค้าที่อยู่กับเรามานาน
Pavita Tohtubtiang 女士:我不认为这是包袱。多年积累的记忆与信任,是品牌很重要的根基。但时代变了,消费者的习惯和传播渠道也在变化。年轻人可能不只关注产品本身,还会在意品牌代表什么价值、为社会做了些什么。因此,我们需要学习如何走进他们心里,同时继续照顾那些陪伴品牌多年的消费者。
ManGu: คุณสร้างสมดุลระหว่างลูกค้าเดิมกับลูกค้ารุ่นใหม่อย่างไร?
ManGu:您怎样兼顾老顾客与新一代消费者?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ต้องทำควบคู่กันค่ะ เราพัฒนาสินค้าใหม่ให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งรสชาติและความสะดวก ทุกวันนี้ครอบครัวอาจเล็กลง บางคนอยู่คนเดียว บางบ้านไม่ได้ทำอาหาร เราจึงต้องเข้าใจชีวิตของเขา และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ โดยยังรักษารสชาติและคุณภาพไว้
Pavita Tohtubtiang 女士:两者需要兼顾。我们开发新产品,让消费者有更多口味选择,也能享受到更多便利。如今,家庭规模可能变得更小,有人独居,也有家庭不再经常开火做饭。我们要理解他们的生活方式,让产品更贴合实际需要,同时保持原有的味道和品质。
ManGu: ถ้าอยากให้คนรุ่นใหม่นึกถึงปุ้มปุ้ยมากกว่าปลากระป๋อง คุณอยากให้เขานึกถึงอะไร?
ManGu:如果希望年轻人想到 Pumpui 时,不只想到鱼罐头,您希望他们想到什么?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: อยากให้เขานึกถึงรสชาติค่ะ “ปลายิ้ม” เป็นเอกลักษณ์ที่คนจดจำได้อยู่แล้ว แต่จุดเด่นอีกอย่างของเราคือการพัฒนารสชาติ ตั้งแต่ปลาราดพริก ปลาทอด ไปจนถึงหอยลายในรสชาติต่าง ๆ และหอยแครงรสหม่าล่า เราอยากให้ผู้บริโภคเห็นว่าปุ้มปุ้ยมีความหลากหลาย และพัฒนารสชาติให้ถูกปากเขาอยู่เสมอ โดยคุณภาพยังเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我希望他们想到“味道”。“微笑的鱼”已经是大家熟悉的品牌标志,而我们的另一项优势,是不断开发不同的口味。从辣椒酱鱼、炸鱼,到各种风味的花蛤,以及麻辣蚶产品,都体现了这种尝试。我们希望消费者看到 Pumpui 的丰富选择,也感受到品牌一直在努力开发他们喜爱的口味。与此同时,品质始终排在第一位。
ManGu: สินค้าตัวไหนสะท้อนเอกลักษณ์ของปุ้มปุ้ยได้ดีที่สุด?
ManGu:哪些产品最能代表 Pumpui 的特色?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ตัวแรกที่ต้องพูดถึงคือปลาราดพริกค่ะ เป็นเมนูที่คนไทยคุ้นเคย มีรสเผ็ดและหวานในแบบที่หลายคนชอบ อีกตัวคือปลาทอด และหอยลาย ซึ่งเป็นสินค้าหลักของเราเช่นกัน หอยลายสามารถทานคู่กับข้าว หรือใช้เป็นท็อปปิ้งเพิ่มรสชาติให้มื้ออาหารได้ แม้ในวันที่รีบ ก็สามารถนำไปทานคู่กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:首先一定要提到辣椒酱鱼。这是泰国人熟悉的菜式,带着许多人喜爱的甜辣风味。炸鱼和花蛤,也是我们的主打产品。花蛤可以配米饭,也可以作为配料,为一餐增添风味。即使是在赶时间的时候,也能搭配方便面食用。

ManGu: แนวคิดในการพัฒนาสินค้าใหม่มาจากอะไร?
ManGu:新产品开发的灵感从哪里来?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: มาจากความเข้าใจผู้บริโภคค่ะ เมื่อคนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เราก็พัฒนาปลาราดพริกสูตรหวานน้อย โดยลดน้ำตาลและโซเดียม ส่วนกระแสความนิยมอาหารเกาหลีก็เป็นโอกาสให้เราพัฒนา ปุ้มปุ้ย หอยลายทอดซอสรสเผ็ดสไตล์เกาหลี เรามีสินค้าใหม่ออกมาแทบทุกปี เช่น ปลาซาบะในซอสเทอริยากิสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ด และรสซัมบัลที่เคยจำหน่ายในมาเลเซีย ก่อนนำมาพัฒนาเพื่อขายในไทยด้วย ทีมวิจัยและพัฒนาของเรามีประสบการณ์ และเบื้องหลังสินค้าที่ออกวางขายก็ยังมีรสชาติอีกมากที่อยู่ระหว่างการพัฒนาค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:来自对消费者的理解。随着大家更加关注健康,我们开发了低甜度配方的辣椒酱鱼,降低糖和钠的含量。韩式食物的流行,也让我们看到了开发“Pumpui韩式辣酱小蛤蜊”(PUMPUI BABY CLAMS WITH SPICY SAUCE KOREAN STYLE)的机会。我们几乎每年都会推出新品,例如适合不吃辣的消费者的照烧酱鲭鱼,以及原先在马来西亚销售、后来也引入泰国市场的参巴风味产品。研发团队有丰富的经验,而在已经上市的产品背后,还有很多正在开发的口味。
ManGu: ในฐานะคุณแม่ลูกสี่ คุณจัดสมดุลระหว่างงานและครอบครัวอย่างไร?
ManGu:作为四个孩子的母亲,您怎样协调工作与家庭?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ในวันทำงาน แอร์เปิดให้ทีมติดต่อและปรึกษาได้ค่ะ เวลาประชุมหรือทำงานก็ให้เวลาเต็มที่ อีกส่วนที่สำคัญคือการวางแผนและกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนรู้ทิศทางและเป้าหมาย เราคุยกันตั้งแต่ต้นว่าจะเดินอย่างไร แล้วติดตามผลและปรับระหว่างทาง มีการประชุมและแลกเปลี่ยนกันสม่ำเสมอ รวมถึงสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน การพัฒนาคนในองค์กรก็สำคัญ เพราะแผนจะเดินไปได้ต้องอาศัยทีมค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:工作日里,团队可以联系我、向我咨询。开会和处理工作时,我也会充分投入。另一个重要的方面,是制定系统的计划和策略,让大家清楚方向与目标。我们从一开始就会讨论如何推进工作,并持续跟进进展,在过程中进行调整。我们会定期开会、交流意见,并确保大家的理解保持一致。企业内部的人才培养也很重要,因为计划的推进需要依靠团队。
ManGu: คุณถ่ายทอดวัฒนธรรมให้ลูก ๆ ผ่านการเลี้ยงดูอย่างไร?
ManGu:在养育孩子时,您怎样理解文化传承?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: เราเลี้ยงลูกแบบเปิดกว้างค่ะ ให้เขามีความคิดของตัวเอง ลองผิดลองถูก และเข้ามาปรึกษาได้เสมอ ขณะเดียวกันก็พยายามปลูกฝังความอดทน ความพยายาม ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง
ลูก ๆ เรียนภาษาจีนด้วย เพราะภาษาจีนเชื่อมโยงกับรากเหง้าของครอบครัว และยังมีประโยชน์ในการสื่อสาร บางครั้งเวลาเดินทางไปจีน ลูกก็เป็นคนช่วยแอร์พูดค่ะ ส่วนการตั้งชื่อ ครอบครัวก็ยังมีธรรมเนียมตั้งชื่อจีน และมีแนวทางการตั้งชื่อไทยที่เชื่อมโยงคนในแต่ละรุ่นเข้าด้วยกัน
Pavita Tohtubtiang 女士:我们以比较开放的方式养育孩子,让他们有自己的想法,可以尝试,也可以犯错,有问题随时来商量。同时,我希望他们学会耐心、努力、自律,以及对自己的事情负责。孩子们也学习中文,因为它既连接着家族的根,也是很有用的交流语言。有时去中国,反而是孩子帮我沟通。家里也保留着取中文名字的传统,泰文名字则有相应的命名方式,把不同世代的家人联系起来。

ManGu: เวลาว่าง คุณชอบทำอะไรกับลูก ๆ?
ManGu:空闲时,您喜欢和孩子们一起做什么?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมที่ทำกับลูกค่ะ บางครั้งไปเรียนเต้นด้วยกัน ทำขนม หรือทำอาหาร เพราะแอร์ชอบทั้งทำอาหารและทานอาหาร ช่วงปิดเทอมก็พาลูกไปเที่ยว เพื่อให้เขาได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ
การเดินทางของเราไม่ได้เน้นความสะดวกสบายอย่างเดียว แต่ให้ลูกมีส่วนร่วมวางแผน เรียนรู้วิธีเดินทาง และลองจัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เช่น การเช็กอินที่สนามบิน เป็นการเรียนรู้ที่เราทำไปด้วยกันค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:现在大多是和孩子一起活动,有时一起上舞蹈课、做甜点或做饭。我喜欢吃,也喜欢下厨。假期里,我们也会一起旅行,让他们获得新的体验。旅行不只是追求舒适,我会让孩子参与规划,了解怎样出行,并尝试自己处理事情,例如在机场办理登机手续。我们在旅途中一起学习。
ManGu: แล้วคุณดูแลตัวเองอย่างไร?
ManGu:那么,您怎样照顾自己?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: แอร์เชื่อว่าถ้าเราแข็งแรงและมีความสุขจากภายใน ก็จะส่งพลังที่ดีให้คนรอบตัวได้ค่ะ ถึงจะทำงานและเลี้ยงลูก ก็ยังหาเวลาดูแลตัวเอง แอร์เข้ายิมทุกวัน ช่วงที่มีปัญหาเอ็นเข่าก็ปรับมาเดินเร็ว เดินบนทางชัน และเล่นเวทเทรนนิ่ง ดูแลอาหาร เลือกสิ่งที่มีประโยชน์และลดขนมหวาน
อีกอย่างคือมีเวลาอยู่กับตัวเองนิ่ง ๆ อยู่กับลมหายใจ คล้ายการทำสมาธิ เพราะสติช่วยให้เรารับมือกับปัญหาและตัดสินใจอย่างรอบคอบค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我相信,当一个人内心有力量、也感到快乐时,就能把好的能量带给身边的人。所以,即使要工作、照顾孩子,我还是会留时间给自己。我每天去健身房。之前膝盖韧带受伤,就把运动方式调整为快走、爬坡走和力量训练。饮食方面,会选择健康的食物,少吃一些甜食。我也会给自己安静的时间,把注意力放在呼吸上,有点像冥想。保持清醒和专注,有助于我们面对问题,也让我们做出更周全的决定。
ManGu: ปุ้มปุ้ยมองโอกาสในตลาดจีนอย่างไร?
ManGu:Pumpui 怎样看待中国市场的机会?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: เรามีสินค้าบางส่วนเข้าสู่ตลาดจีนแล้ว และกำลังพยายามขยายให้มากขึ้นค่ะ ยังมีข้อจำกัดบางเรื่องที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและการนำเข้า
หอยลายรสออริจินัลเป็นตัวที่เรามองว่ามีโอกาส เพราะขายในไทยมายาวนาน ส่วนหอยลายอบกรอบก็เป็นอีกทางเลือกที่ทานง่าย ก่อนหน้านี้เราเคยส่งออกปลาแมคเคอเรลทอดราดเต้าเจี้ยว ตราปุ้มปุ้ย และ ปลาแมคเคอเรลทอดราดซอสเอ็กซ์โอ ตราปุ้มปุ้ย แต่ละประเทศมีความชอบต่างกัน เราจึงต้องทำความเข้าใจรสชาติของตลาดนั้น ๆ สินค้าส่งออกของเรายังใช้ชื่อ “Smiling Fish” ด้วยค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我们已有部分产品进入中国市场,也正在努力扩大布局。目前仍有一些产品及进口方面的细节需要处理。原味花蛤是我们认为有机会的产品,它在泰国销售多年。烘脆花蛤也是一种方便食用的选择。此前,我们也曾出口“Smiling Fish牌豆豉炸鲭鱼”(SMILING FISH Fried Mackerel with Black Beans)和“Smiling Fish 品牌XO酱炸鲭鱼”(SMILING FISH Fried Mackerel in XO Sauce)。不同国家的消费者有不同的口味偏好,因此需要认真理解每一个市场。我们的出口产品也会使用“Smiling Fish”这个名称。

ManGu: เป้าหมายต่อไปของปุ้มปุ้ยคืออะไร?
ManGu:Pumpui 接下来的目标是什么?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: อยากให้ปุ้มปุ้ยเติบโตอย่างแข็งแรงต่อไปค่ะ ทั้งการขยายช่องทาง เพิ่มสินค้าให้ผู้บริโภคมีทางเลือก และเดินสู่ตลาดโลกมากขึ้น
อาหารไทยเป็น Soft Power อย่างหนึ่ง เรามีทั้งสินค้าพร้อมทานและพร้อมปรุงในบรรจุภัณฑ์แบบซอง โดยในกลุ่มน้ำแกงพร้อมปรุง หรือ Ready to Cook มีให้เลือกหลายรสชาติ เช่น น้ำแกงเขียวหวาน น้ำแกงเผ็ด น้ำแกงกะหรี่ น้ำแกงส้มใต้ และน้ำแกงไตปลา ซึ่งล้วนมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ถ้าส่งออกไป ก็จะช่วยให้คนต่างชาติได้เข้าถึงและลองทานอาหารไทยง่ายขึ้นค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:我希望 Pumpui 能够持续、稳健地成长,包括拓展销售渠道,开发更多产品,让消费者有更丰富的选择,也进一步走向国际市场。泰国美食是一种文化软实力。我们有袋装即食及即烹产品,其中,即烹咖喱汤底系列提供多种口味,例如绿咖喱汤底、红咖喱汤底、黄咖喱汤底、南部酸辣咖喱汤底和南部鱼内脏咖喱汤底,都具有鲜明的泰国风味。通过出口,我们希望让海外消费者更方便地接触和品尝泰国美食。
ManGu: สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงผู้อ่าน?
ManGu:最后,有什么想对读者说的?
คุณปวิตา โตทับเที่ยง: อยากฝากผลิตภัณฑ์ของปุ้มปุ้ยไว้ค่ะ ทุกผลิตภัณฑ์เราตั้งใจทำและให้ความสำคัญกับคุณภาพ สโลแกนของเราคือ “The Flavor of Joy” เราอยากให้ทุกมื้ออาหารของทุกคนมีความสุขและมีรอยยิ้มค่ะ
Pavita Tohtubtiang 女士:希望大家继续支持 Pumpui。我们用心制作每一款产品,也始终重视品质。品牌的口号是“The Flavor of Joy”——喜悦的滋味。我们希望每个人的每一餐,都能收获快乐和笑容。
Powered by Froala Editor
