เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงมอสโก การผ่าตัดปลูกถ่ายแขนส่วนบนจากผู้บริจาคพร้อมการสร้างระบบน้ำเหลืองขึ้นใหม่ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลก ได้เสร็จสิ้นลงที่ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติรัสเซีย โดยคณะผู้เชี่ยวชาญของศาสตราจารย์ เริ่น เสี่ยวผิง จากโรงพยาบาลในเครือแห่งที่ 2 มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกว่างซี ประเทศจีน ร่วมกับทีมแพทย์รัสเซีย ได้ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายอวัยวะส่วนบนข้างขวาให้แก่ผู้ป่วยที่สูญเสียแขน
ศาสตราจารย์ เริ่น เสี่ยวผิง อธิบายว่า เหตุที่การผ่าตัดครั้งนี้ถูกเรียกว่าเป็น “ครั้งแรกของโลก” อยู่ที่การสร้างช่องทางการไหลกลับของน้ำเหลืองขึ้นใหม่ ความท้าทายสำคัญคือหลอดน้ำเหลืองมีขนาดเล็กอย่างยิ่ง จึงต้องผ่าตัดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยาย 60 เท่า และแรงสั่นไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจกระทบต่อผลการผ่าตัดได้ หากไม่สร้างระบบน้ำเหลืองขึ้นใหม่ น้ำเหลืองจะไม่สามารถไหลกลับได้ และจะทำให้อวัยวะที่ปลูกถ่ายบวมน้ำอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากการปฏิเสธของระบบภูมิคุ้มกันก็ทำให้การผ่าตัดประเภทนี้มีความยากสูงมาก
ในการผ่าตัดที่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงในวันนั้น ทุกขั้นตอนล้วนมีความเสี่ยงสูง และเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ต่อทักษะ ความทรหด และพลังใจของแพทย์ ศาสตราจารย์ เริ่น เสี่ยวผิง ย้ำว่า การผ่าตัดต้องอาศัยการประสานงานที่แม่นยำราวกับการเดินหมาก โดยเนื้อเยื่อของผู้บริจาคและผู้รับต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งในด้านกายวิภาค การจับคู่เนื้อเยื่อ โครงสร้าง ความยาว ขนาด และการออกแบบแผนผ่าตัด นอกเหนือจากการเอาชนะอุปสรรคทางเทคนิคที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว ทีมแพทย์จีนและรัสเซียยังอาศัยความเชื่อใจและความเข้าใจที่สั่งสมมาจากการร่วมงานกันอย่างยาวนาน ทำให้สามารถสื่อสารผ่านทางสายตาและท่าทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น หลังจากเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อหลอดน้ำเหลืองภายใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยาย 60 เท่า ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายรัสเซียได้แสดงความชื่นชมในทันที ในวันแรกหลังผ่าตัด ระบบไหลเวียนเลือดของอวัยวะที่ปลูกถ่ายเป็นปกติ และไม่พบอาการบวมรุนแรงดังที่เคยกังวลไว้ นับเป็นสัญญาณว่าการผ่าตัดครั้งแรกของโลกครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
ความสำเร็จของการผ่าตัดครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ จากนี้ไป ผู้ป่วยยังต้องเผชิญกับการรักษาด้วยยาต้านการปฏิเสธอวัยวะตลอดชีวิต และการรอคอยอันยาวนานของการงอกใหม่ของเส้นประสาทที่คืบหน้าเพียงทีละมิลลิเมตร การประคับประคองชีวิตในครั้งนี้ คือภารกิจพิชิตอุปสรรค 8 ชั่วโมง โดยทีมแพทย์จีนและรัสเซียที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กัน แพทย์ของทั้งสองประเทศได้ร่วมกันเขียนเรื่องราวอันน่าประทับใจข้ามพรมแดนด้วยความเป็นมืออาชีพและความจริงใจ แสงไฟผ่าตัดที่ถูกจุดขึ้นในมอสโกครั้งนี้ไม่ได้ส่องสว่างเพียงชีวิตใหม่ของผู้ป่วยคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังส่องให้เห็นถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดที่มนุษยชาติจะร่วมกันสร้างขึ้นได้ เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพร่วมกัน นี่จึงไม่ใช่เพียงก้าวที่มั่นคงในประวัติศาสตร์การแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงจิตใจของประชาชนชาวจีนและรัสเซียเข้าด้วยกัน
ศาสตราจารย์ เริ่น เสี่ยวผิง (กลาง) จับมือกับสมาชิกทีมแพทย์รัสเซีย (ภาพโดยคณะผู้เชี่ยวชาญศาสตราจารย์ เริ่น เสี่ยวผิง)