news-details

MANGU E-Magazine ISSUE 220 (15th November 2021) คอลัมน์ Star พบกับ "กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล" นักแสดงนำจากละคร "กระเช้าสีดา"

สัมภาษณ์ กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล นักแสดงนำจาก กระเช้าสีดา

“ใบหน้าเรียวและชุดสีเขียวอ่อน” ดูเหมือนว่าการเจอหน้าครั้งแรกในวันสัมภาษณ์ของกรีนใกล้เคียงกับบทกวีนี้มาก แม้ว่าจะเคยดูรายการทีวีมาหลายรายการแล้ว แต่เมื่อสัมภาษณ์ก็ยังรู้สึกทึ่งกับรูปร่างหน้าตาของเธอ กรีน อัษฎาพร เกิดที่นนทบุรี ประเทศไทย เธอคว้ารางวัลลำดับที่ 5 ในรายการวาไรตี้ "Academy Fantasia Season 5" และประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงการบันเทิง ต่อมาเธอเซ็นสัญญากับช่อง 7 และเป็นนักแสดงนำในเรื่อง "ขมิ้นกับปูน", "บ่วงสไบ", "แก้วลืมคอน" และละครดังอีกมากมายกับคาแรคเตอร์ที่ อ่อนโยน เป็นมิตร และสดใส ในปี 2563 กรีนออกจากการเป็นนักแสดงในสังกัตเพื่อเป็นนักแสดงอิสระ ซึ่งเป็นเปิดเส้นทางในการแสดงของเธอ

ในปี 2564 กรีนได้ร่วมแสดงในละครเรื่อง "กระเช้าสีดา" ด้วยนักแสดงที่มากความสามารถและพล็อตเรื่อง "ดราม่า" ทำให้ละครเรื่องนี้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของละครยอดฮิตในประเทศไทย และมีคะแนน 8.1 คะแนนใน 豆瓣 (โต้วป้าน) ของจีนอีกด้วย สคริปต์ทีวีควรจะออกอากาศในซีซันที่สอง แต่เนื่องจากการแพร่ระบาด ตารางการถ่ายทำเดิมจึงถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ออกอากาศซ้ำในซีซันแรกของซีรีส์อีกครั้ง แต่คาดไม่ถึงเลยว่าความนิยมนั้นไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น และ "กระเช้าสีดา" กลับมาครองอันดับหนึ่งในช่วงเวลาเดียวกันอีกครั้ง ความนิยมของ "กระเช้าสีดา" ยังผลักดันให้กรีนเข้าสู่กระแสความคิดเห็นของสังคมอีกด้วย ในบทละครที่ทำลายครอบครัวของผู้อื่น ด้วยทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเธอ ผู้ชมบางคนจึงอินในบทบาทนี้ และมีเสียงหมิ่นประมาทของโลกโซเชียล แต่เมื่อเผชิญกับความวุ่นวายของความคิดเห็นของประชาชน เธอไม่เห็นด้วย เพราะเธอรู้ดีว่าเส้นทางของนักแสดง นักแสดงต้องเกรงใจบทบาทของตนและเปลี่ยนคำพูดแย่ๆ ให้กลายเป็นจุดแข็ง เป็นการยากที่จะรักษาหัวใจให้คงเส้นคงวาในเส้นทางของนักแสดง แต่การอยู่อย่างมีสติสัมปชัญญะท่ามกลางเรื่องซุบซิบมากมายนั้นยากยิ่งกว่า บนเส้นทางแห่งการแสดง กรีนใช้พลังของเธอเองเพื่อแต่งแต้มสีสันที่เป็นของเธอเอง

ManGu : แนะนำตัวพร้อมประวัติคร่าวๆ และผลงานที่ผ่านมาหน่อยค่ะ

Green : สวัสดีค่ะ กรีน อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล นะคะ เป็นนักแสดงอิสระค่ะ

 

ManGu : ช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการบันเทิงให้แฟน ๆ ฟังหน่อยค่ะ

Green : เริ่มจากการประกวด AF ค่ะ Academy Fantasia season 5 แล้วก็ติดหนึ่งใน 12 คนค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าวงการเลยค่ะ ส่วนการแสดงเริ่มเล่นประมาณอายุ 18-19 ปีค่ะ พอออกจากบ้าน AF ก็ได้เล่นละครเลย ตอนนั้นเล่นกับทางช่อง 3 ค่ะ

 

ManGu : รู้สึกอย่างไรบ้างกับการได้มาเป็นนักแสดงนำในละครเรื่อง “กระเช้าสีดา”

Green : ดีใจค่ะ เป็นเกียรติมากๆ ที่ทางผู้ใหญ่เล็งเห็นเราและให้โอกาสเราได้เล่นค่ะ เป็นครั้งแรกที่พลิกบทบาทมารับเล่นเป็นตัวร้าย ที่สำคัญคือเราอยากเล่นเพราะหนึ่งเลย ตัวละคร แบบน่าเล่นมาก สองคือ นักแสดงรายล้อม ไม่ว่าจะเป็นพี่ “นุ่น วรนุช” “ปีเตอร์ คอร์ป” “ก๊อต จิรายุ” แต่ละคนมากฝีมือหมดเลย แล้วมันเป็นโอกาสที่ดีกับเราที่เราจะได้เล่นกับพวกเขาค่ะ มันก็ทำให้เรายกระบบเรื่องการแสดง สกิลของเราเพิ่มมากขึ้นด้วย ก็เลยรู้สึกดีใจมากแล้วก็ขอบคุณผู้ใหญ่มากทั้งทางช่อง one 31 และทาง CHANGE 2561 ที่ให้โอกาสเราค่ะ

ManGu : แนะนำหน่อยว่าในละครเรื่อง “กระเช้าสีดา” รับบทเป็นใคร และคาแรคเตอร์เป็นยังไงบ้าง สำหรับคนที่จีนที่อาจจจะยังไม่เคยชมค่ะ

Green : ในเรื่องรับบทเป็น “รำนำ” ค่ะ คาแรกเตอร์ในเรื่องเป็นผู้หญิงที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย เป็นลูกคนใช้อยู่ในบ้านของคุณอาก็คือพี่ปีเตอร์ (ปีเตอร์ คอร์ป) ไม่มีพ่อมีแต่แม่ ซึ่งแม่ก็เป็นคนใช้ที่ดูแลพี่ปีเตอร์มาตลอด ซึ่งพี่ปีเตอร์ก็ไม่มีพ่อแม่เหมือนกันก็เลยรักแม่เราเหมือนแม่คนนึง แล้วเราก็เป็นลูกคนใช้ที่มีความอยากได้ อยากเป็น มีความทะเยอทะยาน มีความอยากเป็นที่หนึ่งอะไรอย่างนี้ค่ะ รู้สึกแบบทำไมฉันต้องเกิดมาไม่รวย ไม่มีเหมือนคนอื่นเขา บวกกับปมที่เจอก็คือไปโรงเรียนเพื่อนก็จะชอบบอกว่าเราเป็นลูกคนใช้ ต่อให้ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ต้องผิดเพราะอีกคนนึงรวมกว่า ก็จะมีเรื่องของสังคม สถานะ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมเข้ามาทำให้เราเก็บปมพวกนี้จนเราโต ตัวรำนำเป็นผู้หญิงที่สวย เป็นคนฉลาดแต่เลือกเส้นทางผิด มันก็เลยออกมาเป็นในรูปแบบร้ายๆ นิดนึงค่ะ

 

ManGu : “รำนำ” เป็นคาแรกเตอร์ที่ท้าทายตัวเองมากไหมคะ

Green : ท้าทายนะคะจริงๆ ทุกบทบาทที่กรีนเล่นละครมาท้าทายหมดเลย เพราะทุกละคร ทุกเรื่อง ทุกบทบาท ทุกคาแรกเตอร์ มันก็จะมีหัวใจของแต่ละตัวละครอยู่แล้ว สำหรับตัวรำนำมันก็จะยากตรงที่ว่าเราไม่เคยเล่นบทนี้มาก่อนและที่สำคัญคือไม่ใช่บทที่ใกล้เคียงกับตัวเรา เราก็จะเหมือนแบบ เอ๊ะ เราจะทำยังไงดี ในฐานะที่เราเป็นนักแสดงคิดว่าทุกคนทำได้ ก็จะมีการ Workshop มีการคุยกันเบื้องหลังของละตัวละครและเบื้องหลังของเรื่องราวค่ะ ถึงได้ออกมาเป็นรำนำในทุกวันนี้ค่ะ

 

ManGu : เห็นว่าฉากเลิฟซีนในเรื่องนี้แซ่บมาก เล่นเองยังไม่กล้าดู ช่วยเล่าหน่อยเป็นยังไงบ้าง

Green : เราเป็นนักแสดงมาก็เกือบ 10 ปี พอออกมาเป็นอิสระครั้งแรกเราก็ไม่เคยเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้แล้วหลายครั้ง เหมือนปกติจะเป็นผู้ชายที่เข้าหาเรา แต่เรื่องนี้กลายเป็นเราที่ต้องเข้าหาผู้ชาย ผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นคนที่กล้าขนาดไหน กล้าเข้าหาผู้ชายที่ไม่ใช่สามีของตัวเอง ซีนนั้นในห้องก็จะเหลือแค่ตากล้องมันก็จะเซฟเราระดับนึงด้วย เราไม่ได้แก้ผ้าจริงๆ นะ มันก็จะมีมุมที่ใช้พวกเทคนิคต่างๆ เอามาช่วยค่ะ แต่ว่าต้องถึงเนื้อถึงตัวมั้ย มีค่ะ ต้องจูบมั้ย มีค่ะ ตอนแรกก็ตื่นเต้นค่ะด้วยความที่พี่ปีเตอร์มีครอบครัวแล้วเขาก็จะชำนาญมากกว่ากรีนค่ะ ส่วนเราจะเคยเห็นจากทีวีเห็นจากหนังอะไรอย่างนี้ค่ะ เราก็ต้องเป็นมืออาชีพก็แค่แบบใส่วิญญาณความเป็นรำนำไปค่ะ

ManGu : เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ “โอ๋ คฑาเทพ” รู้สึกอย่างไรบ้าง

Green : ครั้งแรกเลยค่ะพี่โอ๋น่ารักมาก พี่โอ๋เนี่ยแหละเป็นคนที่ช่วยขัดเกลาตัวรำนำไป Workshop ก่อนเพราะเราเด็กสุดแล้วกรีนได้รับบทเดินเรื่องของเรื่องนี้ก็เลยต้องเข้มกับกรีนเยอะหน่อยค่ะ Workshop กับกรีนหลายรอบเลย แล้วพี่โอ๋ก็ทำการบ้านหนักมากก็เลยได้ข้อมูลเยอะมาจากพี่โอ๋กับข้อมูลที่เราไปคิดมาเองด้วยก็เลยทำให้แบบมันเข้ากันดี เกิดคาแรกเตอร์รำนำขึ้นมาค่ะ ตอนถ่ายก็คือไม่ซีเรียสเลยทั้งๆ ที่บทยาวมาก แต่ว่าพี่โอ๋ไม่ซีเรียสเลย ครั้งแรกที่กรีนไปถ่ายคือครั้งแรกที่กรีนได้เล่นกับทางค่ายเช้นจ์ (CHANGE2561) แล้วกรีนไม่เคยเจอบทยาวขนาดนี้ ก็คือถือบทตลอดเวลาแล้วก็ซีเรียสมาก เคลียดมากจำบทไม่ได้ คือท่องมาแล้วแต่ก็ลืม พี่โอ๋บอกไม่ต้องซีเรียสมันมีเทคนิคมันทำได้ มันไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้นขอแค่ความหมายมันได้ กรีนไม่ต้องไปซีเรียสถ้าจำไม่ได้ก็เอาใหม่ถ่ายใหม่ พอเราไม่เครียดปุ๊บช่วงบ่ายถ่ายต่อก็สบายกลายเป็นว่าเราก็จำได้ค่ะ

 

ManGu : เรื่องนี้ก็ยังได้ร่วมกับนักแสดงมากความสามารถอย่าง “ก๊อต จิรายุ” “นุ่น วรนุช” และ “ปีเตอร์ คอร์ป” เป็นยังไงบ้างคะ กดดันไหม หรือมีอะไรที่ประทับใจบ้างไหม

Green : ทั้งทีมงานทั้งนักแสดงทุกคนแบบน่ารักมาก จริงๆ ถ่ายมาทั้งหมด 40 กว่าคิวเองน้อยมาก แต่เพราะติดโควิดมันเลยทำให้ระยะเวลามันเหมือนเยอะ มีช่วงนึงที่ไม่ได้ถ่ายเลยก็คิดถึงกอง แล้วช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันน้อย มันเลยเสียดายอยากมีเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้ เพราะว่าอยู่ที่กองมันก็สนุก พี่นุ่นก็น่ารัก ทุกคนแบบเฟรนลี่หมดเลย ทุกคนไม่มีกำแพงพอเราเข้าฉากด้วยกันมันก็สนุกค่ะ มันไม่มีความเครียด มันเหมือนไม่ได้มาถ่ายละครเหมือนได้มาเจอเพื่อนค่ะ

 

ManGu : บอกเหตุผลที่แฟนคลับไม่ควรพลาดจากเรื่อง “กระเช้าสีดา

Green : ทุกอย่างเลยค่ะที่ไม่ครวพลาด อยากให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบจะได้เห็นพัฒนาการจากตัวละครรำนำ ตั้งแต่เป็นแค่ลูกคนใช้ เป็นแค่เด็กขี้โวยวาย จนวันนึงเขาสามารถก้าวกระโดดชีวิตตัวเองจนซื้อรถเฟอร์รารี่ได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สามารถที่จะแบบอยู่วันนึงก็เป็นดารา มีเงิน อยากให้ดูว่าที่มาที่ไปของตัวรำนำมันจะเป็นเหมือนการสะท้อนสังคมว่าชีวิตในสังคมนี้มันมีคนแบบนี้อยู่จะได้รู้ว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ คนที่ดูแล้วกำลังอยู่ในช่วงที่ฉันกำลังจะไปทางไหนดีลองให้ดูชีวิตรำนำเป็นตัวอย่างว่าสุดท้ายแล้วคนที่คิดไม่ดี คนที่คิดแบบนี้จุดจบเขาจะเป็นยังไงค่ะ

ManGu : มีบทบาทไหนที่อยากเล่น แต่ยังไม่เคยได้เล่นมาก่อนไหมคะ

Green : จริงๆ ก็หลายอย่างนะ อย่างเช่นบทแบบแฟนตาซีๆ เหาะเหินเดินอากาศ กลายร่าง ซอมบี้ ก็มีอีกเยอะเลย ถ้าเราดูจากซีรีส์เกาหลี ซีรีส์ฝรั่ง มันก็จะมีอีกหลากหลายบทบาทมากที่เรายังไม่ได้เล่นค่ะ

 

ManGu : งานในวงการบันเทิง หรืองานอื่น ๆ ที่เราอยากทำนอกจากงานแสดงบ้างไหม ถ้ามีโอกาสอยากทำอะไรบ้าง

Green : จริงๆ แล้วกรีนเป็นคนชอบถ่ายรูป ชอบถ่ายแบบ แต่กรีนไม่ได้สูงมาก ถ่ายภาพนิ่งกรีนจะชอบ ถ่ายแฟชั่น งานแฟชั่นเก๋ๆ อะไรอย่างเนี้ยชอบมากค่ะ

 

ManGu : คุณกรีนมีวิธีดูแลตัวเองยังไงบ้างคะ หรือมีกีฬาที่เล่นประจำอยู่แล้วไหมคะ

Green : ไม่ได้เป็นแบบกีฬาจริงจังแบบปิงปอง แบต แต่จริงๆ ก็เล่นได้นะ แต่ช่วงโควิดเราจะเน้นออกกำลังการเพราะเราต้องดูแลตัวเอง ก็จะออกกำลังกายฟิตเนส ว่ายน้ำ จะเป็นประมาณนี้มากกว่า

ManGu : มาพูดถึงไลฟ์สไตล์กิจกรรมยามว่างของเราบ้าง มีกิจกรรมอะไรที่ชอบทำเป็นพิเศษไหมคะ

Green : ไม่มีค่ะ 55555 ก็ไม่มีนะเหมือนเดิมแบบอ่านหนังสือ นั่งสมาธิ สวดมนต์ ออกกำลังกายดูแลตัวเองมากขึ้นค่ะ กินอาหารที่ดีๆ มีประโยชน์ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบออกไปไหน ออกไปแล้วมันต้องเสียตังก็เลยจะไม่ค่อยออก 55555 จะประหยัดเงินก็เลยแบบชอบอยู่บ้านมากกว่า เล่นกับน้องหมา ไปวิ่งในหมู่บ้าน ชีวิตก็จะแบบเหมือนคนธรรมดาทั่วไปไม่ได้ซับซ้อนอะไรค่ะ

 

ManGu : มีอะไรที่แฟนๆ ทำให้เราแล้วรู้สึกเซอร์ไพรส์หรือประทับใจที่สุดบ้างคะ

Green : หลายอย่างนะคะ ส่วนใหญ่ก็จะในโซเชียลเพราะเราเจอกันไม่ได้ ช่วงที่ผ่านมาบทรำนำค่อนข้างจะแรง คนก็จะด่าเยอะ กรีนก็จะได้เห็นแฟนคลับเราที่ออกมาปกป้องเรา น่ารักมาก แล้วมันจะมีช่วงนึงที่กรีนโดนคนโรคจิตส่งข้อความมาหรือว่าคอมเมนต์มา ก็จะมีแฟนคลับไปตอบแทนเราค่ะ เหมือนแบบช่วยปกป้องเรา น่ารักมาก แค่นิดๆ หน่อยๆ มันก็เป็นอะไรที่ล้ำค่าสำหรับกรีนแล้วอะ คือแบบการที่คนๆ นึงจะมาชอบคนๆ นึงได้มันต้องแบบแทนค่าอะไรบ้างอย่างได้ขนาดนี้ ขนาดเรากว่าจะชอบใครสักคนได้ เขาต้องมีอะไรมาแบบดลใจเราหรือเป็นแรงบันดาลใจให้เราอะไรอย่างเนี้ยค่ะ

 

ManGu : ขอ 3 คำ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเรามากที่สุด

Green : ความฝัน ตั้งใจ มุ่งมั่นค่ะ

ManGu : เร็วๆ นี้จะมีผลงานอะไรให้แฟนติดตามกันอีกบ้าง

Green : มีค่ะ เดี๋ยวจะมี Club Friday น่าจะได้ดูต้นปีหน้าค่ะ แล้วก็จะมีละครของทางช่อง one อีกค่ะ

 

ManGu : สุดท้ายฝากอะไรถึงแฟนคลับทั้งชาวไทยและชาวจีนที่สนับสนุนเราหน่อยค่ะ และฝากช่องทางการติดตามของเราหน่อยค่ะ

Green : อยากขอบคุณทุกคนมากที่ติดตามผลงานมาโดยตลอด สำหรับชาวจีนอาจจะยังไม่ได้รู้จักกรีน แต่ว่าอาจจะได้ดูเยอะขึ้น จริงๆ ก็จะมีซีรีส์ใน Netflix ด้วย ตอนนี้ก็จะมีละครเข้ามาในแฟลตฟอร์ม VIU , WeTV , iQiYi คนก็อาจจะได้เห็นผลงานมากขึ้นค่ะ ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามผลงานและชอบในการแสดงของกรีน กรีนก็จะพัฒนาฝีมือให้ดีขึ้น เพราะกรีนรู้สึกว่าการที่เราแสดงดีมันคือการให้เกียรติคนดูด้วย เหมือนแบบเราได้ถ่ายทอดตัวละครนั้นเพื่อสะท้อนสังคม ไม่ใช่ว่าดูแค่ความบันเทิงอย่างเดียวค่ะ สำหรับผลงานอื่นก็ฝากด้วยค่ะ แล้วก็ช่องทางการติดตามก็จะมี IG , Facebook , Twitter ค่ะ ขอบคุณค่า

Thank You

Ausadaporn Siriwattanakul (Green) / อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล (กรีน)

 

IG : @green_ausadaporn

 

Make Up : @shemoddd

 

Hair : @boom_sleepinghair

 

感谢拍摄场地: @cheevitcheeva_dessertcafe (Cheevit Cheeva The circle Ratchapruk)

 

Special thanks : @kkoikoii

 

Photographer : Thanravee Khamthuen @iamjames_tk

Graphic Designer : Satamed Kunawattana @Pdillustrator

Coordinator / Interviews : Kawinna Penkul @kawintoon

Column Writer : Prapaporn Hongthai @mindmlp

You can share this post!

MANGU E-Magazine ISSUE 219 (1st November 2021) คอลัมน์ Star พบกับ "ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์" นักแสดงนำจาก "เกมล่าทรชน"