news-details

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 260 (15th July 2023) พบกับบทสัมภาษณ์ "คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา" ผู้ก่อตั้ง Health Land ดินแดนสุขภาพ

เพื่อความสำเร็จ ผู้คนมักจะต้องเปลี่ยนเส้นทางหลายครั้ง คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา ซึ่งเกิดในครอบครัวคนจีน เป็นนักธุรกิจอัจฉริยะ ก่อนจบการศึกษาสาขาการตลาด เขาได้เริ่มทำธุรกิจโรงงานพลาสติกและโรงงานเครื่องหนัง จนกระทั่งอุบัติเหตุเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ในปี 1997 แม่ของคุณพิทักษ์ ลาภปรารถนาป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเริ่มเข้ารับการรักษาทางการแพทย์เป็นเวลาเก้าปี การแสวงหาการรักษาคุณแม่ของตนเอง คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา ได้เดินทางไปทั่วประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาลขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ และเสาะหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพทุกประเภทในประเทศไทยเพื่อรักษาคุณแม่ หลังจากนั้น คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา เริ่มเดินบนเส้นทางของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ

ธุรกิจ Health Land เริ่มต้นเมื่อปลายปี 2542 ในฐานะศูนย์สุขภาพที่มีทั้งเฮลท์มาร์ท ขายสินค้าเพื่อสุขภาพได้แก่ ยาสมุนไพร อาหารมังสวิรัติ อาหารเพื่อสุขภาพ และเครื่องมือปลูกผัก แต่ธุรกิจประสบปัญหากับลูกค้าเพียงไม่กี่รายและอาหารเสริมที่มีอายุการเก็บรักษาสั้น ในทางตรงกันข้าม อาบอบนวดใน Health Land กลับมีธุรกิจที่ดีอย่างน่าประหลาดใจ คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา จึงค่อยๆ ปรับกลยุทธ์และค่อยๆ พลิกธุรกิจนวดให้กลายเป็นตัวหลักของสถานพยาบาล

ซึ่งในช่วงเวลาที่ Health Land เปิดตัวนั้น ภาพลักษณ์ของร้านนวดทั่วไป ยังเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดูดีในสายตาคนไทยเท่าไรนัก เพราะมองว่าการนวดตามร้านส่วนใหญ่จะเป็นการนวดประเภทอื่นที่ผู้ชายนิยมใช้บริการกัน ผู้หญิงจึงไม่ค่อยกล้าที่จะไปร้านนวดเท่าไรนัก แม้จะปวดเมื่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยภาพลักษณ์ของ Health Land คือศูนย์สุขภาพที่มีบริการนวด ทำให้ผู้หญิงที่เข้ามาซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพใน Health Land กล้าที่จะลองใช้บริการนวดเพื่อการรักษา จนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการนวดเพื่อการรักษาใน Health Land เติบโตจนคุณพิทักษ์เห็นได้อย่างชัดเจน

การส่งเสริมการนวดแผนไทยอย่างจริงจังของรัฐบาลไทยทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่าการนวดเป็นสิ่งที่ต้องมีสำหรับการเดินทางมาประเทศไทย ในที่สุด Health Land ก็กลายเป็นศูนย์ดูแลสุขภาพด้านการนวดโดยสมบูรณ์ และด้วยเหตุนี้จึงขายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนวดจำหน่ายในบริเวณโดยรอบ

Health Land เปิดมาแล้วกว่าหลายสาขาในกรุงเทพ จากร้านที่มีพนักงานเพียง 9 คน กลายเป็นร้านนวดแผนไทยระดับไฮเอนด์ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย มีพนักงานหลายร้อยคน และเปิดร้านที่เชียงใหม่ กลายเป็นแบรนด์นวดไทยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ

ในประเทศไทย แม้ว่าอุตสาหกรรมการนวดจะพัฒนาไปได้ดี แต่ก็ยังมีช่องว่างในช่วงของการพัฒนา นอกจากร้านนวดเล็กๆ ตามท้องถนนและตรอกซอกซอยแล้ว ยังมีศูนย์นวดหรูหราในโรงแรมระดับไฮเอนด์ การเกิดขึ้นของ Health Land ได้เติมเต็มช่องว่างเหล่านี้และกลายเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับชนชั้นกลางของไทยในวันหยุดสุดสัปดาห์และเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สภาพแวดล้อมที่สะอาดและกว้างขวางของที่นี่ รวมถึงรูปแบบการตกแต่งสถาปัตยกรรม "สไตล์โคโลเนียล" ที่มีเสน่ห์ ทำให้สถานพยาบาลและโรงแรมของ Health Land มีความหมายเหมือนกันทั้งสไตล์และคุณภาพ และกลายเป็นรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนและสุขภาพที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จัก

Health Land เริ่มต้นจากความรักที่มีต่อแม่ ได้ผ่านความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนกลายมาเป็นรีสอร์ทเพื่อสุขภาพที่โดดเด่นที่สุดในประเทศไทย ที่ครองใจผู้คนในประเทศไทย เมื่อใดที่คุณเห็นป้ายของ Health Land คุณจะสัมผัสถึงความสบายที่จะได้พักผ่อนร่างกายและจิตใจของคุณ

 

ManGu : อยากทราบจุดเริ่มต้นของการเปิด Health Land สาขาแรกที่ย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ

คุณพิทักษ์ : ในส่วนของ Health Land ต้องย้อนไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2540 ช่วงนั้นคุณแม่ของผมท่านป่วยเป็นมะเร็ง ผมพาคุณแม่ไปรักษาตลอดระยะเวลาประมาณ 9 ปี เริ่มแรกคุณแม่เป็นโรคหัวใจ และมาตรวจเจอมะเร็งระยะสุดท้าย คุณหมอบอกว่าคุณแม่จะอยู่ได้ไม่นาน ผมเลยได้ศึกษาเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง รวมถึงโครงการ Lemon Farm อาหารเพื่อสุขภาพ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตสุขภาพ ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องเปลี่ยนวิธีการทานอาหาร และการดูแลสุขภาพจิต พอผมได้ศึกษาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เลยคิดว่าเรามีที่ดินที่ศรีนครินทร์ เราเลือกใช้ที่ตรงนี้ทำศูนย์สุขภาพ เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตอาหารเพื่อสุขภาพ ที่มีสินค้ามากกว่า 3,000 รายการ

ManGu : ก่อนหน้านี้ท่านได้ทำธุรกิจอะไรเป็นธุรกิจหลักคะ

คุณพิทักษ์ : ในตอนแรกธุรกิจที่ทำเป็นหลักมี 2 อย่างคือ โรงงานฉีดพลาสติก และโรงงานเครื่องหนัง แต่พอคุณแม่ป่วย และยังมีผู้ป่วยอีกหลายคนที่จะต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต จึงหันมาสนใจในเรื่องสุขภาพ และทำซูเปอร์มาร์เก็ต Health Land โดยศึกษาดูต้นแบบมาจากหลาย ๆ ที่ เป็นคล้าย Lemon Farm แต่จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งในตอนนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการส่งเสริมในเรื่องของอาหารการกิน โดย Health Land จะมีทั้งห้องอาหารที่มีเมนูจำพวกอาหารมังสวิรัติ อาหารเพื่อสุขภาพ มีร้านขายยาที่มีทั้งยาแพทย์แผนไทย และยาแผนปัจจุบัน อีกทั้งยังมีห้องกิจกรรม ไว้สำหรับทำกิจกรรมที่เป็นการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น การนั่งสมาธิ การฟังนักจิตวิทยา การฟังหมอบรรยาย และกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งเผอิญกระทรวงสาธารณสุขมีการนวดรักษากดจุด และการอบสมุนไพร ที่ไม่ต้องใช้ยา เป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ยังไม่มีการแพร่หลายมากนักในอดีต วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ยา เน้นการกินอาหาร การป้องกัน บวกกับการรักษา เราจึงใช้วิธีนี้ และมีการนวดเพิ่มเข้ามา แต่ก่อนหน้านี้มีการนวดรักษาเพียงอย่างเดียว ยังไม่มีการนวดแบบอื่น ๆอย่างการนวดแผนไทย แบบสปา และแบบอื่น ๆ เหมือนในปัจจุบัน อาจจะมีบ้างแต่เฉพาะบางจุดสำหรับผู้ชาย เนื่องจากสมัยก่อนการนวดยังไม่ได้รับความนิยมในผู้หญิง และผู้หญิงจะหาที่นวดยาก เพราะบางส่วนภาพลักษณ์ในการนวดสำหรับผู้หญิงไม่ดี แต่ใน Health Land จะมีผู้หญิงเข้ามาใช้บริการจำนวนเยอะ เพราะผู้หญิงจะเป็นคนที่ดูแลสุขภาพมาก ใน Health Land มีเตียงที่ใช้ในการนวดรักษาอยู่ 9 เตียง โดยคนนวดมีใบประกอบโรคศิลปะ จะมีการอบสมุนไพร ซึ่งการนวดรักษาสามารถช่วยในการดูแลร่างกาย แก้อาการต่าง ๆ ได้เยอะ จนบางครั้งอาจจะไม่ต้องกินยา แรกเริ่มจากการเปิดเป็นคลินิกที่มีหมอนวดอยู่ 9 คน นวดรักษาเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในหมวดหมู่เพื่อสุขภาพที่เข้ากับ Health Land แต่พอทำธุรกิจนี้ไปได้ประมาณ 1-2 ปี ก็พบเจอกับปัญหามากมาย เนื่องจากสินค้าเพื่อสุขภาพมี Cycle Life ต่ำ มีอายุที่สั้น มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ห้องกิจกรรมก็ใช้ต้นทุนจำนวนเยอะ ดูแลจัดการยาก จึงทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ จะปิดตัว Health Land ไปหลายครั้ง แต่ผู้คนชื่นชอบในการนวดมาก ประกอบกับทางกระทรวงสาธารณสุขมีการส่งเสริมการนวดที่มีการโปรโมตไปทั่วโลก มีการผลิตบุคลากร หมอนวดจำนวนมาก มีการส่งเสริมนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างการทำ Thailand Elite Card ที่หนึ่งในสิทธิประโยชน์คือการนวด ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนชื่นชอบในการนวด (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) เข้ามาใช้บริการที่คลินิกจำนวนมาก จนพื้นที่และบุคลากรในคลินิกไม่พอ จึงได้มีการยุบธุรกิจอื่นใน Health Land บางส่วน เพื่อขยายเป็นสถานที่ที่นวด และมีการเพิ่มพื้นที่มาเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการนวดของลูกค้า จึงได้มีการยุบซูเปอร์มาร์เก็ต Health Land ทั้งหมดทำใหม่ ปรับปรุงและลงทุนใหม่ มาทำเป็นร้านนวดทั้งหมด จนมาถึงในทุกวันนี้

 

ManGu : ตั้งแต่เริ่มต้น จนมาเป็น Health Land อย่างในปัจจุบันนี้ใช้ระยะเวลานานไหมคะ

คุณพิทักษ์ : ทำซูเปอร์มาร์เก็ต Health Land เพื่อสุขภาพก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการนวดทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งในตอนนั้นไม่มีใครมาช่วยบริหาร หลายคนก็ไม่อยากให้ปิด เพราะเป็นทางออกส่วนหนึ่งของผู้ป่วย แต่ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเรื่องของการนวดเต็มรูปแบบ ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี (เริ่มสร้างซูเปอร์มาร์เก็ต Health Land เพื่อสุขภาพปี 2540 เปิดตัวเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต Health Land เพื่อสุขภาพปี 2542 ยุบทั้งหมดเปลี่ยนมาการนวดเต็มรูปแบบประมาณปลายปี 2544-2545) ถึงแม้จะเปลี่ยนมาเป็นการนวดเต็มรูปแบบ ก็ยังมีคนเข้ามาใช้บริการจำนวนมากในทุกวัน จึงมีการเปิดขยายสาขาเพิ่ม ซึ่งเดิมทีสาขาศรีนครินทร์เป็นสาขาที่อยู่นอกเมือง จึงเลือกเปิดสาขาที่อยู่ใจกลางเมืองอย่างสาทร ที่มีองค์กร ออฟฟิศ รวมไปถึงธุรกิจโรงแรมตั้งอยู่จำนวนมาก แต่ในบรรดาโรงแรมเหล่านั้นมีโรงแรมที่มีบริการนวดอยู่น้อยมาก ทำให้ร้านนวดสาขาสาทรมีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเริ่มเปิดร้านขนาดเล็กในตอนแรก และขยายไปเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในสาขาสาทรมีหมอนวดที่คอยให้บริการอยู่ประมาณ 300 คน จึงได้มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สาขาปิ่นเกล้า สาขาพัทยา และสาขาเอกมัย ตามลำดับ ซึ่งต่อมาได้มีการขยายสาขาเพิ่มอีกเรื่อย ๆ ปัจจุบัน Health Land Spa & Massage มีสาขาในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 8 สาขา,พัทยา 2 สาขา และสาขาในเชียงใหม่ที่สร้างในพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร จนมาถึงทุกวันนี้

ManGu : ท่านสร้างโรงเรียน Health Land นวดแผนไทยเป็นของตัวเอง ทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกให้กับพนักงาน
ผลตอบรับที่ได้จากการสร้างโรงเรียนนี้ขึ้นมาเป็นอย่างไรบ้าง และมีความสำคัญอย่างไร

คุณพิทักษ์ : เราเปิดโรงเรียนสำหรับการนวดที่ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ และมีการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขให้คนมาเรียน ซึ่งพนักงานก็ส่งลูกหลานของตนมาเรียนและพัฒนาไปเป็นพนักงานของ Health Land ในสาขาต่าง ๆ โดยโรงเรียนแห่งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนา Health Land เป็นหลัก ในการฝึกอบรม สอน ปรับปรุง ทบทวน และพัฒนาเรื่องการนวด การพูด และในเรื่องของมารยาทต่าง ๆ ให้กับพนักงาน เพื่อทำให้พนักงานของ Health Land มีคุณภาพ มีมาตรฐาน

 

ManGu : สมัยก่อนการนวดมีภาพจำตามความคิดเห็นส่วนบุคคล การที่หมอนวดมีแต่ผู้หญิง และลูกค้ามีแต่ผู้ชายที่จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดี แต่เพราะสาเหตุใดที่ทุกคนพอได้ไปใช้บริการกับทาง Health Land ได้เปลี่ยนบริบทนี้ไปตลอดกาล

คุณพิทักษ์ : Health Land เป็นที่ที่ทำให้ผู้หญิงมีที่นวด เพราะสมัยก่อนผู้หญิงจะไม่กล้าไปนวด ทำให้โลโก้ของแบรนด์เป็นรูปผัก แทนที่จะเป็นรูปนวด และมีรูปพระอาทิตย์ที่สื่อถึงดินแดนสุขภาพ และต่อมาก็มีการพัฒนาทำสินค้าของ Health Land วางขายเพิ่ม โดยส่วนหนึ่งของสินค้าที่วางขายนั้นคือสินค้าที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยที่ใช้ในสปา เช่น ลูกประคบ น้ำมันนวดไนน์เฮิร์บ (Nine Herbs) เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่ใช้ในสปากลับบ้านได้ ทั้งนี้จึง CNN ยกให้ Health Land เป็น 1 ใน 15 แห่งของโลก ที่สร้างความสุขให้กับผู้คน เนื่องจากสามารถทำให้ผู้คนมีความสุขได้ที่ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่ใช้เงินจำนวนมากในการนวด

ManGu : Health Land จะเป็นสปาแบบไทย ไม่เหมือนเมืองนอกที่เป็นสปาทั่วไปแบบในโรงแรมใช่ไหมคะ

คุณพิทักษ์ : ของ Health Land จะเป็น Day Spa ที่สามารถเข้ามานวดแบบง่าย ๆ ในแต่ละวัน โดยมีการทำแบบโคโลเนียล (Colonial) ทุกสาขา เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกำลังนวดอยู่ที่บ้าน อีกทั้งยังช่วยบำบัดอาการต่าง ๆ และสามารถรองรับลูกค้าได้เยอะ โดยมีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตรในแต่ละสาขา ตั้งเป็น Stand Alone ไม่ได้อยู่ในห้างหรือโรงแรม

 

ManGu : เหตุผลที่ Health Land ตั้งเป็น Stand Alone คืออะไรคะ

คุณพิทักษ์ : เพราะถ้าหาก Health Land เข้าไปอยู่ในห้างจะมีข้อจำกัดเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิด-ปิด และพื้นที่ที่จำกัด เนื่องจากโดยปกติแล้ว Health Land จะเปิดเวลา 9.00 น. และปิดในเวลา 00.00 น. อีกทั้งยังสามารถเข้ามานวดที่ Health Land ได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาในการหาที่จอดรถ หรือทำอย่างอื่น เช่น การรับประทานอาหาร และใช้เวลาในการเดินมาที่ร้านเหมือนในห้าง ซึ่งในการนวด ควรเว้นช่วงในการทานอาหารสักระยะหนึ่งก่อน ไม่ควรทานอาหารก่อนและหลังจากที่ทำการนวด เพราะเนื่องจากเลือดลมกำลังเดิน

ManGu : ในบรรดากลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของ Health Land มีสัดส่วนของลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่บ้างคะ

คุณพิทักษ์ : สัดส่วนของลูกค้าขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้งของแต่ละสาขา ซึ่งส่วนมากลูกค้าชาวไทยจะเข้ามาใช้บริการในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ของทางร้านจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า เช่น สาขาอโศกในสมัยก่อนมีสัดส่วนของลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ที่ 90-95% และสาขาสาทรมีสัดส่วนของลูกค้าชาวไทยต่อลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ที่ 40 ต่อ 60 ซึ่งมีการคิดค่าบริการในการนวดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นมาตรฐาน ในราคาที่เท่ากันทั้งหมด โดยทาง Health Land จะมีสินค้าจำพวก Personal Care สินค้าที่เกี่ยวกับการนวด บรรเทาอาการปวดเมื่อย ไว้จำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซื้อกลับไปใช้ เป็นของฝาก อีกทั้งในอนาคตกำลังจะวางขายสินค้า Skin Care ที่ดูแลเรื่องหน้า เรื่องผิวอีกด้วย ในตอนนี้คนรุ่นใหม่เริ่มหันมานวดสปา และนวดอโรม่ากันมากขึ้น

 

ManGu : หลักจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในตอนนี้ลูกค้าได้กลับมาใช้บริการประมาณกี่เปอร์เซ็นต์คะ

คุณพิทักษ์ : ในส่วนของโรงแรมอาจจะยังไม่มากนัก เพราะมีโรงแรมคู่แข่งในจำนวนที่เยอะ แต่ร้านนวดในประเทศไทยนั้นมีน้อย จึงทำให้มีจำนวนลูกค้าเยอะ แต่หลังจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทำให้หมอนวดหันไปทำอาชีพอื่นแทน ปัจจุบันจึงมีจำนวนหมอนวดน้อย ที่สาขาพัทยาลูกค้ายังไม่กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้กลับมาใช้บริการได้ยังไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับก่อน COVID-19

ManGu : สาขาในกรุงเทพฯ มีลูกค้ากลับมาใช้บริการมากกว่าพัทยาใช่ไหมคะ

คุณพิทักษ์ : ในสาขากรุงเทพฯ จะมีลูกค้ากลับมาใช้บริการมากกว่า แต่มีจำนวนหมอนวดไม่พอกับลูกค้าที่มาใช้บริการในแต่ละวัน ซึ่งถือว่าสาขาในกรุงเทพฯ มีลูกค้ากลับมาใช้บริการประมาณ 80% หลักจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่หากมีจำนวนหมอนวดที่เพียงพอกับลูกค้าที่มาใช้บริการ ก็คาดว่าลูกค้ากลับมาใช้บริการ 100% ได้เลย ซึ่งตอนนี้กังวลในส่วนของโรงแรมอย่างเดียว โรงแรมของเราเป็นโรงแรม 5 ดาว ต้องการทัวร์นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะทัวร์จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีจำนวนเยอะ

 

ManGu : ร้านนวดสาขาที่เชียงใหม่ตั้งอยู่แถวไหนคะ

คุณพิทักษ์ : ตั้งอยู่ตำบลช้างคลาน ถนนเส้นเดียวกับพลาซ่าเชียงใหม่ เป็นโซนนักท่องเที่ยว ซึ่งสาขาที่เชียงใหม่เป็นสาขาที่ลงทุนสร้างร้านนวดขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเปิดมา ใหญ่กว่าทุกสาขา พื้นที่ร่วมกว่า 10,000 ตารางเมตร 1 ห้อง สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 1,000 กว่าคน ซึ่งในตอนนี้เน้นโปรโมตทางโซเชียลมีเดียเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากส่วนใหญ่คนรุ่นใหม่เริ่มเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมกันจำนวนมาก

 

ManGu : ตอนนี้ร้านนวด Health Land มีทั้งหมดกี่สาขา

คุณพิทักษ์ : ร้านนวด Health Land มีทั้งหมด 11 สาขา และผมมีลูกอยู่ 3 คน ซึ่งลูก 2 คนก็เข้ามาช่วยบริหารในตอนนี้ คนแรกก็ประชุมแทน ทำอะไรต่าง ๆ แทน ผมก็เบาลง พยายามปล่อยเขาบริหาร คนที่สองก็คอยช่วยดูในเรื่องของผลิตภัณฑ์ (Product) ผมก็เข้าไปสอน พยายามให้เขาฝึกไปเรื่อย ๆ ในตอนนี้ผมก็ไปทำโครงการที่เขาใหญ่ ทำเป็นรีสอร์ท โรงแรม บ้านสำหรับผู้สูงอายุ และมี Sports Club ทำเป็น Wellness บนพื้นที่ 200 กว่าไร่ ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีห้องยิม ห้องตีแบดมินตัน ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งแบ่ง 50 ไร่ สำหรับผู้สูงวัยมาใช้บริการ โดยจะขาย และให้คนมาซื้อ สามารถมาใช้บริการได้ ซึ่งเรามีการทำอสังหาริมทรัพย์ ทำหมู่บ้านขายอยู่ด้วย ที่ผ่านมาเรามีการทำที่พัทยา 3 โครงการ และที่กรุงเทพฯ แล้วมาทำที่เขาใหญ่ ซึ่งผมก็จะมาอยู่ที่เขาใหญ่ด้วย โดยจะเน้นเรื่อง Wellness เฉพาะที่เขาใหญ่ ซึ่งมีคนชวนไปเปิดที่ประเทศจีนเยอะมาก แต่ยังไม่ไปเปิด เพราะมีข้อจำกัดทางกฎหมายค่อนข้างเยอะ

ManGu : ทางคุณพิทักษ์มีเชื้อสายจีนไหมคะ

คุณพิทักษ์ : ผมเป็นคนเชื้อสายจีนตระกูลหลิว (แซ่เล้า) อยู่ในสมาคมแซ่ ซึ่งเป็นแซ่เดียวกันกับอุปทูตจีนในประเทศไทย โดยที่คุณพ่อของผมเกิดที่ประเทศจีน เมืองซัวเถา ส่วนคุณแม่ของผมเป็นคนจีนแต่เกิดในประเทศไทย เป็นเชื้อสายแต้จิ๋วเหมือนกัน คุณพ่อตระกูลหลิว (แซ่เล้า) คุณแม่ตระกูลหลี่ (แซ่ลี้) และได้ย้ายมาอยู่ประเทศไทย ซึ่งผมเป็นคนเชื้อสายจีน 100%

 

ManGu : คุณพิทักษ์มีพี่น้องกี่คนคะ

คุณพิทักษ์ : ผมมีพี่น้อง 9 คน ซึ่งผมเป็นคนที่ 5 และสนิทกับคุณแม่ เนื่องจากผมทำอาชีพ จึงมีเวลาให้คุณแม่ ได้พาคุณแม่ไปหาหมอ จนทำให้มี Health Land ในทุกวันนี้ ซึ่งตอนผมพาแม่ไปหาหมอ ผมก็ได้พบอาจารย์ในด้านนี้หลายคน และผมบอกกับอาจารย์ว่าผมจะเปิด Health Land อาจารย์ก็พากันมาช่วยในเรื่องของการบรรยาย และอื่น ๆ เพราะการเปิดแบบนี้ค่อนข้างยาก อีกทั้งตลาดตอนนั้นยังไม่เปิดรับ และซูเปอร์มาร์เก็ตก็บริหารยาก เพราะมีจำนวนสินค้ากว่าหลายพันชนิด อีกทั้งต้องหาสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศสมัยก่อนทำค่อนข้างยาก มีข้อจำกัดและปัญหาอื่น ๆ มากมาย จึงเป็นหนทางมาสู่การเปิดร้านนวด

 

ManGu : ท่านมีปรัชญาไทยจีนที่ใช้ในการดำเนินชีวิตของท่านบ้างไหมคะ

คุณพิทักษ์ : มีหลายคติสอนใจจากการอ่านหนังสือที่เอามายึดถือ ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุญกรรม และเรื่องของความซื่อสัตย์ เพราะ Health Land มีจำนวนพนักงานเยอะมาก ซึ่งเป็นงานบริการด้วยคน ดังนั้นจึงต้องมีการฝึกเรื่องของจิตใจ ในโรงเรียนที่สอนนวด นักเรียนทุกคนจะต้องนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกวัน และก่อนทำงานพนักงานต้องมีการสวดมนต์ ท่องเสมอว่าต้องทำให้ลูกค้าสบาย หายเจ็บป่วย เน้นในเรื่องของความซื่อสัตย์ คิดแต่ในสิ่งที่ดี ๆ ปลูกฝังให้กับพนักงาน เป็นการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมะ ให้พนักงานรู้จักผิดชอบชั่วดี ซึ่งผมก็เป็นคนที่สวดมนต์ แผ่เมตตาตอนเช้าทุกวันเป็นประจำอยู่แล้ว จึงปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับพนักงาน โดยที่เรามีห้องประชุมใหญ่สามารถจุคนได้ 100 กว่าคน เมื่อถึงเวลาประชุมก็จะเรียกพนักงานมาบอกข้อมูล อบรม คุยกัน และมีกลุ่มไลน์คอยบอกสื่อสาร เพราะในการบริหารคน ผมเน้นเรื่องการอบรมพนักงานมาก โดยใช้เรื่องของธรรมะเข้ามาช่วย

ManGu : ในตอนที่คุณพิทักษ์เครียดในเรื่องงาน ใช้วิธีอะไรที่จะทำให้ผ่านพ้นความเครียดนั้นไปได้คะ

คุณพิทักษ์ : ผมใช้ในเรื่องของหลักธรรมะเข้ามาช่วย เข้าใจถึงชีวิตว่าคนเราไม่ได้สุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ทุกข์อยู่ตลอดเวลา รู้จักปล่อยวาง ไม่จมปลักอยู่กับอดีต รู้จักช่วยผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เชื่อในการทำดีได้ดี ซึ่งในโลกใบนี้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือทางโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่หลักธรรมคำสอนทางศาสนาไม่เปลี่ยน มีการเกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนเดิม

 

ManGu : อยากให้ท่านฝากอะไรสักเล็กน้อยถึงลูกค้าชาวจีนและผู้อ่านนิตยสารฉบับนี้หน่อยค่ะ

คุณพิทักษ์ : ฝาก Health Land ไว้กับทุกคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ ถ้าหากมาเมืองไทยลองแวะมาที่ Health Land พวกเรามีทั้งร้านนวด สินค้า (Product) และโรงแรมที่พัทยา หากมีปัญหาอะไรก็สามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารมาได้ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการเข้าไปเปิด Health Land ที่ประเทศจีน หากมีหมอนวดและพาร์ทเนอร์ (Partner) ที่ดี และสามารถบริหารจัดการได้ลงตัว

 

Thank you. 

คุณพิทักษ์ ลาภปรารถนา 

 

Photographer : Luttsit Thongbansai @bellr_blackroom 
Graphic Designer : Natchaphol Jin Srijun @Banshy.j
Coordinator : hushxm  
Column Writer : Yue Han

You can share this post!

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 261 (1st Aug 2023) พบกับบทสัมภาษณ์ “ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ” และ “แจม รชตะ หัมพานนท์” นักแสดงนำจากซีรีส์ “Laws of Attraction กฎแห่งรักดึงดูด”

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 259 (1st July 2023) พบกับบทสัมภาษณ์ คุณปิยาภรณ์ แสนโกศิก (คุณปุ้ย) หรือ“แม่ปุ้ย TPN” ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN Global)