news-details

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 271 (1st Feb 2024) พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษของ"คุณพรศักดิ์ เจียมสว่างพร" CEO & Co-Founder of BEQ GROUP

 

ManGu :  แนะนำตัว และประวัติการศึกษาคร่าวๆ  ให้เราได้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

               สวัสดีครับ ผม “พรศักดิ์ เจียมสว่างพร CEO & Co-Founder ของ BEQ Group ครับ”  ผมจบปริญญาตรี และโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกด้าน Social Media Technology  ครับ

               ย้อนกลับไปเกือบ 15 ปี ตอนนั้นผมมีความรู้สึกอิ่มตัวกับการเป็นวิศวกร อยากทำอะไรที่ยากขึ้น ท้าทายมากขึ้นและสามารถสร้างอนาคตได้ ซึ่งในขณะนั้นผมมองว่ากระแสเรื่องการให้ความสำคัญเชิงสุขภาพ และความงาม ที่ทั่วโลกต่างตื่นตัว จึงคิดว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตไปได้อีกไกล สามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างแน่นอน ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และเริ่มทำธุรกิจ Health Care เลยครับ

ManGu :  ในช่วงนั้นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เกี่ยวกับ Health Care ในประเทศไทย ทำเกี่ยวกับอะไรบ้างคะ

คุณพรศักดิ์ :    ประเทศไทยในตอนนั้นธุรกิจประเภท Health care ที่ได้รับความนิยมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการนวดบำบัด การทำสปาหน้า ส่วนการดูแลผิวพรรณด้วยการฉีด เลเซอร์ และการทำศัลยกรรมยังไม่แพร่หลายมากนัก

               ซึ่งในช่วงที่ผมเริ่ม ผมต้องการเป็นผู้นำด้านการบำบัดเชิงการแพทย์ที่ผสมผสานศาสตร์การนวด และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้ามาประยุกต์ในการให้บริการ ด้วยความเป็นวิศวกรจึงชอบคิด ชอบประยุกต์สิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน เช่นในตอนนั้นเราเป็นเจ้าแรกๆในการให้บริการสปาทางการแพทย์ (Medical Spa)  ซึ่งใช้สนามไฟฟ้าบำบัดเพื่อปรับสมดุลร่างกาย ( Electric Filed Therapy) หรือ การนำศาสตร์การนวดแบบไทย จีน ทิเบต และญี่ปุ่น มารวมเป็นการนวด Body Detoxification ซึ่งสามารถขับของเสีย ปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มความสดชื่น และลดน้ำหนักได้ 1-3 กิโลในครั้งแรกที่ทำเลย เนื่องจากผมเชื่อว่าการที่ทุกคนจะมีสุขภาพดีได้นั้นต้องดีจากภายในก่อน ซึ่งตอนนั้นผลตอบรับดีมากครับ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งใหม่มากในตอนนั้น ผมจึงต้องค่อยๆปรับทัศนคติ และเพิ่มความรู้ให้กับลูกค้าเราค่อนข้างมาก

               พอทำมาระยะหนึ่งจึงได้มีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าเราว่า “อยากได้อะไรที่เห็นผลเร็วๆทันใจ การรอว่าจะต้องสวยจากภายในซึ่งต้องใช้ระยะเวลามันไม่ทันใจ” ประมาณว่า ลูกค้าเข้าใจว่าต้องดูดีจากภายใน แต่ไม่ทันใจลูกค้า (หัวเราะ) จึงเป็นที่มาของเฟส 2 ของธุรกิจผมครับคือการให้บริการทางการแพทย์เต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้งการใช้บริการทั้ง Aesthetic, Homeopathy, Anti Aging และ Sport Medicine ที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆมาให้การรักษาซึ่งครอบคลุม ทุกการดูแลที่สุด

               ตอนนั้นเข้าสู่ปีที่ 7 ของการทำธุรกิจด้านนี้ครับและยังมีคำถามในใจว่า เราสามารถตอบสนองความต้องการคนไข้ หรือลูกค้าของเราได้หมดหรือยัง ยังมีอะไรที่เป็นที่ต้องการ เป็นอนาคตของธุรกิจ อะไรที่เมื่อทำแล้วลูกค้าจะมีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพจิตดีขึ้น และพร้อมควักเงินเดินเข้ามาใช้บริการ? 

               ผมค้นหาคำตอบอยู่นาน หาข้อมูลในทุกๆแง่มุมของอุตสาหกรรมนี้ จนได้ค้นพบคำตอบว่า ปัญหาที่ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ และทุกที่ทั่วโลกจะพบเจอคือ ปัญหา “ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน”  ซึ่งมันเป็นปัญหาใหญ่มาก หลายคนถูกบูลลี่ เป็นซึมเศร้า ถูกแฟนทิ้ง หมดความมั่นใจ มีปัญหาเรื่องงาน ก็เพราะหัวล้าน! และนี่คือจุดเปลี่ยนของธุรกิจ และชีวิตของผมครับ

ManGu : การเริ่มต้นของ BEQ มาจากอะไร

คุณพรศักดิ์ :    ย้อนกลับไปเกือบ 15 ปีก่อน ตอนเริ่มต้นธุรกิจ สิ่งเดียวที่ผมมุ่งหวังและต้องการคือ ไม่ว่าจะทำอะไร เราต้องเป็นที่หนึ่งในสิ่งที่ทำ เป็นผู้นำในตลาด และต้องการให้ลูกค้าได้รับบริการในสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งในปัจจุบันเราก็ยังคงยึดถือหลักการนี้ครับ

               ยกตัวอย่างล่าสุดในระยะ 8 ปีที่ผ่านมาทางผมได้เข้าสู่วงการศัลยกรรมปลูกผม การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ในตอนเริ่มต้นผมมองแล้วว่าอนาคตความต้องการในการรักษา การตื่นตัวในปัญหาผมบาง หัวล้าน ผมร่วงจะต้องเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างแน่นอน แต่เมื่อบีอีคิว จะลงไปให้บริการในเรื่องนี้ ก็ต้องวางแผนระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบเราถึงจะเป็นผู้นำด้านนี้ได้อย่างรวดเร็ว

               ดังนั้น ผมจึงได้กระจายส่งทีมแพทย์ ทีมผู้ช่วยแพทย์ และทีมผู้บริหาร ไปเรียนรู้เพิ่มพูนทักษะในด้านต่างๆ ทุกๆทวีป ทั่วโลก ทุกๆที่มีชื่อเสียงและมีผลลัพธ์ในการรักษาที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ในด้านต่างๆ นำมาประยุกต์ ปรับปรุง และพัฒนาเป็นเทคนิคที่มีความพิเศษเป็นเอกลักษณ์ของเราเอง  นี่คือสาเหตุว่าทำไมการรักษาของ บีอีคิว แฮร์ เซนเตอร์ จึงได้ผลดี ศูนย์ปลูกผมมีชื่อเสียงและเติบโตอย่างรวดเร็วมากโดยใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นก็สามารถทำให้คนทั่วไปรู้จัก

ManGu :   อย่างที่บอกว่า BEQ เปิดมา 15 ปีแล้ว อยากทราบว่า ในช่วงเวลานั้นมีวิธีการบริหารอย่างไรคะ

คุณพรศักดิ์ :   หลักการในการบริหารงานของผม ผมเน้นเรื่องการพัฒนาคน พัฒนาระบบ พัฒนาองค์ความรู้ และรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพราะผมเชื่อว่าหากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง เราจะไม่สามารถให้บริการที่ดี สมบูรณ์แบบ มีความน่าเชื่อถือ ตามที่เรามุ่งหวังให้กับลูกค้าเราได้

               ยกตัวอย่างให้เห็นภาพคือ เรารู้ว่าลูกค้า/คนไข้ อยากมีผมหนา หัวไม่ล้าน หัวไม่เถิก แต่กลัวเจ็บ ไม่อยากทำอะไรที่ต้องพักฟื้นนานๆ ต้องไม่มีแผลให้คนอื่นสังเกตเห็นได้ ที่สำคัญต้องทำครั้งเดียวเห็นผลทันทีชัวร์ๆ ดังนั้นการจะแก้ปัญหานี้ได้ อย่างแรกเราต้องมีบุคลากรที่เก่ง และเชี่ยวชาญที่เข้าใจ สามารถแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุได้ แพทย์จึงออกแบบกระบวนการรักษาเฉพาะรายบุคคล ให้เหมาะวิถีชีวิตคนไข้คนนั้น อย่างที่สองคือ นวัตกรรม เทคโนโลยี สูตรยา ที่ล้ำสมัยที่สอดรับการใช้ในแต่ละขั้นตอนของการรักษาตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างทีสามคือการให้ความรู้คนไข้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนการรักษา มีผลดี ผลเสียอย่างไร เพื่อให้คนไข้สามารถตัดสินใจและมั่นใจในผลลัพธ์ได้อย่างดีที่สุด โดยทั้งหมดที่กล่าวมาทางบีอีคิว ยังคำนึงถึงอีกเรื่องที่สำคัญคือ การรักษา หรือการให้บริการในแต่ละอย่างคือ ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลมากที่สุด ให้คนไข้/ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่สุดครับ

ManGu :  การตลาดใน 15 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เปิดบริษัทใหม่ๆได้แค่ 3 ปีแรก ตอนนั้นตลาดเป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณพรศักดิ์ :    สมัยก่อนนั้นการตลาดออนไลน์ยังไม่เป็นที่นิยมเหมือนปัจจุบัน แพลตฟอร์มต่างๆ ยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำตลาดแบบปากต่อปาก หรือโฆษณาตามนิตยสาร หรือให้สัมภาษณ์ตามรายการโทรทัศน์ การจัดอีเวนท์ต่างๆมากกว่า ซึ่งตอนเราทำตลาดในช่วยแรก ผมเน้นเรื่องการให้ความรู้ในศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ การรีวิวจากคนไข้จริงที่ไม่ใช่ ดารา นักแสดง หรือคนมีชื่อเสียง เพราะผมต้องการให้ทุกคนเห็นว่าคนทั่วๆไปก็สามารถเข้าถึงนวัตกรรม การรักษาระดับสากลได้ ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีเนื่องจากลูกค้าเห็นถึงความจริงใจ เห็นถึงผลลัพธ์ที่ดี ที่ไม่รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดหรือถูกเอาคนสวย คนหล่อมาเป็นพรีเซนเตอร์

               ในช่วงหลังเรามุ่งเน้นถึงการตลาดแบบออนไลน์มากขึ้น เพราะต้องการให้ทุกคนที่ใช้แพลตฟอร์มต่างๆที่สามารถเข้าถึงผลการรักษา หรือ การให้บริการของบีอีคิวมากขึ้น โดยยังคงเน้นที่ผลลัพธ์ของการรักษามาจากการรักษาจริง เรื่องราวจริงทุกๆอย่าง อีกทั้งได้ขยายกลุ่มฐานลูกค้าไปต่างประเทศด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีลูกค้า/คนไข้จากประเทศจีน ญี่ปุ่น ชาวอเมริกัน และยุโรปเข้ามารับบริการมากขึ้น จากการบอกต่อเพื่อน หรือญาติที่ได้มาปลูกผมกับเรา และทุกๆคนที่มารับการรักษาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่บริการดี เอาใจใส่ พนักงานและแพทย์ผู้ให้การรักษามีความจริงใจเป็นอย่างมาก ซึ่งผมได้ฟังทุกครั้งก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งเลยครับ

ManGu :  ตั้งแต่ทำธุรกิจมาเจออุปสรรคอะไรบ้างไหมคะ และข้ามมันมาอย่างไร

คุณพรศักดิ์ :    ผมผ่านอุปสรรคมาเยอะมากๆ เพราะ 15 ปี เป็นเวลาที่ยาวนาน และผมก็ผ่านมาหลายยุค อย่างในประเทศไทยเอง ก็จะมีอุปสรรคด้านเศษฐกิจ ด้านการเมือง  หลังๆก็จะมีด้านโควิดอีกซึ่งในแต่ละยุคเราก็จะมีการแก้ปัญหาต่างกัน  อย่างเช่น ยุคที่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจซบเซา เรื่องของความสวยงามก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนมองว่า เรื่องสุขภาพและความงามไม่มีความจำเป็นเพราะควรเก็บเงินไปทำอย่างอื่นก่อน แต่พวกผมมองต่างกันนะ ผมมองว่าหากคุณมีสุขภาพที่ดี สภาวะจิตใจของคุณดี คุณจะสามารถใช้ชีวิตให้มีคุณภาพได้ ซึ่งคุณสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมครอบครัวหรืออยู่กับคนรักได้อย่างมีความสุข อย่างที่บอกว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดแบบเรา เราจึงคุยกับทีมว่า ตอนนี้บริษัทเรามีเพียงสองทางเลือก คือ หนึ่งธุรกิจของเราต้องไปต่อ สองเลิกทำเลยปิดบริษัทไปเลย หลังจากนั้นเมื่อทุกคนเลือกที่จะสู้และไปต่อเราก็เริ่มมองหากลยุทธ์ข้อดีที่บริษัทมีอยู่ ซึ่งข้อดีของเราคือ หนึ่ง ฐานลูกค้าที่เชื่อมั้นในคลินิกของเรา สองเทคโนโลยีที่เราเลือกนำมาใช้ให้บริการก็ระดับท็อป  สามเราให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมากับคนไข้มาโดยตลอด ยกตัวอย่างเช่น สิ่งที่คนไข้ต้องการ เราสามารถทำได้หรือทำไม่ได้  ซึ่งพอเราให้ความจริงใจกับคนไข้ไป มันก็เลยเป็นสิ่งที่สะท้อนกลับมาว่า โอเค คุณหมอพูดว่าทำได้หรือไม่ได้ คนไข้จะเข้าใจ ซึ่งจุดนี้แหละครับที่ทำให้คนไข้รู้สึกยินดีที่จะรับบริการจากบริษัทของเรา ถึงแม้ว่ามันจะไม่ตรงกับความต้องการของคนไข้แบบ 100 % แต่เขาก็อยากมาทำ เพราะเราพูดความจริงกับเขานั้นเอง  แต่ถ้าไปที่อื่น ก็จะมีบางสถานที่ที่เขาพยายามยัดเหยียดหรือขายสินค้าให้กับเราซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ชื่นชอบ  อันนี้แหละครับที่มันเป็นตัวที่ทำให้ทีมเรา ก้าวข้ามในจุดแรกได้ ซึ่งในยุคนั้นพออะไรที่มันเป็นความจริงทุกคนจะชอบ  ทำให้ในยุคนั้นธุรกิจของผมจึงสามารถเดินหน้าต่อได้และไม่ปิดตัวลง บวกกับทางคลินิกของเรา ให้บริการเรื่องการดูแลสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

อันดับที่สอง เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่เราเจอเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของการปลูกผม ซึ่งวงการปลูกผมในสมัยนั้นมีคลินิกเปิดก่อนเรา เป็นคู่แข่งนั้นแหละ เขาก็จะมาบีบและมาโจมตีบ้าง เพราะเขารู้ว่าเราเป็นน้องใหม่ในวงการปลูกผม แต่มีเหตุผลอะไรทำไมถึงมีคนรู้จักได้รวดเร็วขนาดนี้ เพราะอย่างที่บอกว่า เราสามารถทำให้คนรู้จักเราได้ภายในระยะเวลาแค่เพียงหนึ่งปี แต่ทีมงานของเราก็พร้อมที่จะรับมือนะครับ เพราะอย่างที่บอกไปว่า ข้อมูลทั้งหมดของเราเป็นความจริง เราเปิดเผยทั้งหมดว่ามีอะไรบ้าง ใช้เทคโนโลยีแบบไหนบ้าง  ตัวอย่างเช่น เวลาที่คนไข้ต้องการปลูกผม เขาก็จำเป็นต้องรู้ว่า น้ำยาที่ทางคลินิกจะฉีดเข้าไปคือยาประเภทไหนหรือใช้เทคนิค หรือ เครื่องมืออะไร เพราะทุกคนต้องการที่จะทราบข้อมูลว่ามันปลอดภัยจริงไหม ผ่าน ไทยFDA ไหม และใช้จริงเหมือนที่โฆษณาไว้จริงไหม เราเปิดเผยในส่วนตรงนี้ทั้งหมด ทำให้บริษัทเราโดนโจมตีเยอะ แต่ก็สู้มาโดยตลอด ทางคลินิกจะออกมาแก้ข่าวตลอด เพราะว่า ถ้าเราเงียบคนก็จะไม่รู้ข้อเท็จจริง เมื่อเราให้ความจริงแก่ลูกค้า คนที่พยายามโจมตีก็ทำอะไรไม่ได้ก็เงียบไปเอง ซึ่งหลายปีที่ผ่านมามันทำให้ทีมของเรารู้ว่า เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว

ManGu :  แล้วอะไรที่คุณพรศักดิ์คิดว่าคือปัจจัยหลักในการบริการลูกค้าคะ

คุณพรศักดิ์ :    ปัจจัยหลักหรือสิ่งที่สำคัญอย่างแรกเลยคือ ผมยึดถือคำที่ว่า “คนไข้สำคัญที่สุด”  ถ้าคนไข้คิดว่าสิ่งนั้นเป็นปัญหาของเขา มันถือว่า เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาแล้ว เมื่อมาหาเรา ทางเราต้องคิดแล้วว่าเราจะสามารถช่วยแก้ไข หรือตอบสนองเขาได้อย่างไร ซึ่งในส่วนของคนที่ให้บริการ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ความรู้ที่ถูกต้อง ซึ่งในทางการแพทย์ของเรา เรารู้ดีว่า คำว่า 100% ไม่มีอยู่จริง แต่ประสบการณ์ของเรามันจะสอนให้เรารู้ว่า หากคนไข้ในเคสเกิดมีปัญหา เราจะรู้ได้ว่า ควรใช้วิธีไหนในการแก้เพราะฉะนั้น ความรู้ของแพทย์ ทักษะของแพทย์ ยิ่งแพทย์ทำงานเยอะยิ่งเก่ง เคยสงสัยกันไหมครับว่า แพทย์ที่มีประสบการณ์เยอะๆทำไมค่าตัวถึงแพงจัง เพราะทางแพทย์เองเขารู้ครับว่า เขาจะทำยังไง คนไข้ถึงจะสวยหรือดูดี ทำอย่างไรถึงจะตอบโจทย์กับคนไข้ และที่สำคัญที่สุด หากมีปัญหา จะต้องรู้ว่าควรแก้ไขปัญหาอย่างไร คนที่เป็นแพทย์หลายคนไม่เคยคำนึงถึงจุดนี้ คิดแค่เพียงว่า ตัวเองทำสวยตัวเองทำดี แต่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครพูดเลยครับว่าหากว่ามีปัญหาแล้วจะมีวิธีการแก้ยังไง  อันนี้สำคัญมากกว่านะครับ

นอกจากความรู้ที่ได้กล่าวไปแล้ว สิ่งที่รองลงมาก็ เทคโนโลยีที่ใช้ เพราะในความคิดของผม หากแพทย์คนนั้นได้เครื่องมือที่ดี ที่สุดยอด ที่ได้มาตรฐานก็จะทำให้การรักษาในแต่ละเคสได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น เร็วขึ้น ดีขึ้นไปอีกครับ

ManGu :  หากมีคนไข้สนใจอยากจะมาใช้บริการจะต้องเริ่มอย่างไรบ้างคะ

คุณพรศักดิ์ :   อย่างแรกนะครับ หากคนไข้ท่านใดที่มีปัญหาแล้วอยากจะแก้ปัญหา สามารถเดินมาสอบถามหรือปรึกษาปัญหากับทางทีมแพทย์ของเราได้หรือถ้าหากว่าอยู่ไกลจากคลินิก เช่น ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็สามารถส่งเป็นรูปมาให้ทางทีมแพทย์ของเราช่วยวิเคราะห์ได้ครับ แล้วคุณหมอจะให้คำปรึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นควรทำอย่างไรบ้าง หรือถ้าแก้ไม่ได้ต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันก่อนและถ้ามีโอกาสอยากให้เข้ามาพูดคุยหรือปรึกษากันก่อนว่ามีปัญหาจุดไหนเราจะได้แก้ปัญหาและเลือกใช้เทคนิคการต้องรักษาได้ถูกจุด

 หลังจากแก้เสร็จแล้วต้องดูว่าขั้นตอนต่อไปต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งในแต่ละเคสก็จะมีวงจรการรักษาที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น เคสนี้ไม่จำเป็นต้องปลูกผมย้ายรากแต่แค่นำสเต็มเซลล์มาสกัดและฉีดหรือฝังลงไปที่รากผม ก็ทำให้ผมสามารถงอกและเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงได้ อันนี้ไม่ต้องพักฟื้นเลยนะครับ เราใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเลย หรือบางคนปัญหาไม่ใหญ่มาก แค่ใช้เซรั่ม หรือยาที่ถูกต้องก็โอเคแล้วหรือบางคนหนักจริงๆต้องทำการปลูกถ่ายรากผมแบบนี้ครับ เราต้องดูเป็นเคสๆไป ซึ่งเทคนิคที่ทันสมัยที่สุดก็คือเราใช้ผมยาวหรือ Long Hair DHI เอาผมเส้นยาวๆมาปลูกเลย หลังทำเสร็จ คนไข้สามารถกลับบ้านนอนพักสบายๆ  และอีกวันไปทำงานได้เลย บอกเลยไม่มีใครรู้ว่าเราไปปลูกผมมา

 

ManGu : ปัจจุบันปัญหาเรื่องผมไม่ได้มีแค่ผู้สูงอายุแต่ยังพบว่าคนที่มีอายุไม่ถึง 30 ปี คุณพรศักดิ์มีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

คุณพรศักดิ์ :   ต้องบอกว่าคนไข้ที่เด็กสุดของทางคลินิกเราอายุประมาณ 10 กว่าขวบเองครับหรือบางคนอายุ 15-16 ปี ครอบครัวก็เริ่มพามาปรึกษาแล้ว เพราะว่าในปัจจุบันเราเลี่ยงไม่ได้เลย คือเรื่องอาหารการกินและสภาวะความเครียดที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ดีเหมือนสมัยก่อนเพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นมันจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมากไปกว่านั้นคือเด็กๆเขากังวล เขากลัวและเขาไม่มีความมั่นใจ ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรมในครอบครัว และอีกส่วนหนึ่งเด็กอาจจะเรียนหนักจนเกิดสภาวะเครียดจนถึงขั้นผมร่วงบาง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจไม่กล้าที่จะไปเจอเพื่อน ซึ่งแน่นอนพวกเขาเวลาที่ไปเจอเพื่อนใหม่ก็อยากไปเจอในสภาพที่เขามั่นใจแล้ว เพราะความไม่มั่นใจเป็นสิ่งสำคัญหลักเลยที่ทำให้เขาไม่อยากไปพบปะสังคม

               ผมมองว่า อายุ ไม่ใช่สิ่งที่จะบ่งบอกว่าควรเริ่มรักษาหรือให้ความสำคัญกับเส้นผมมากเป็นพิเศษ แต่ความรู้สึกว่ามันเป็นปัญหา ผมเริ่มบาง เริ่มร่วง เริ่มล้าน ต่างหากครับที่ต้องตระหนักและรีบเข้ามารับการปรึกษาและรักษา

 

ManGu :  อัตราการเกิดหรือการพบกับปัญหาผมร่วงเหล่านี้มักเกิดจากปัจจัยใดบ้าง

คุณพรศักดิ์ :   ปัจจัยแรกเลยมาจากปัจจัยภายใน เช่น ทางพันธุกรรม หากคนในครอบครัวคนใดคนหนึ่งมีปัญหาเรื่องนี้อาจจะส่งต่อมาทางพันธุกรรมได้ สองคือปัจจัยภาพนอก เช่น สภาวะความเครียด เช่น เด็กต้องสอบแข่งขัน มีความกดดัน ต้องเข้ามหาวิทยาลัย มีความรักอีก ปัญหาเหล่านี้จะสามารถส่งผลกระทบระยะยาว เช่น ในตอนแรกอาจจะแค่ผมร่วงและยังมีผมที่สามารถ งอกขึ้นใหม่ได้ แต่พอนานๆไปกลายเป็นปัญหาสะสมที่ผมร่วงแล้วไม่มีการงอกขึ้นใหม่ของเส้นผม จนทำให้หัวล้าน เรื่องนี้เกิดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พอยิ่งเครียดและจะยิ่งเป็นนาน และในกรณีบางคน เลือกที่จะเสิร์ชหาพวกวิตามินหรือเซรั่มในกูเกิล โดยที่ไม่มีความรู้มากพอ สิ่งเหล่านั้นก็จะทำให้ยิ่งเพิ่มปัญหา แล้วพอเข้าสู่วัยที่ต้องเริ่มทำงาน เจอความเครียดที่อาจจะเกิดจากที่ทำงานอีก เช่น เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้การทั้งงานที่ต้องรับผิดชอบ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นปัญหาที่สามารถทำให้ผมร่วงได้อีกครับ แล้วถ้ามีปัญหากับแฟนอีก อายุเริ่มมากขึ้นอีก ยิ่งเป็นหนักเลยครับ ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่า จริงๆแล้วปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุจริงๆครับ บางเคสเลิกกับแฟนเพราะหัวล้านก็ยังมี  มีหลายเคสครับ คือคุณหมอจะทราบดีว่าปัญหาที่เกิดจากการหัวล้านมีอีกเยอะมากเลยครับ ซึ่งบางคนมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆนะครับ แต่บางคนมันคือปัญหาที่ใหญ่มากและสำคัญกับเขา  ดังนั้นในจุดนี้ทางคลินิกของเรา จะไม่ได้แค่ให้คำแนะนำเรื่องเกี่ยวกับเส้นผมแล้ว แต่จะให้คำแนะนำที่เกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย ซึ่งหมอของเราทุกคนก็เข้าใจปัญหานี้ครับ เพราะเราเจอปัญหานี้มาก่อน เราก็ทำให้คนไข้เห็นภาพว่า สิ่งที่หมอพูดมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

ManGu :  แล้วเทคโนโลยีในประเทศไทยหากก้าวไปอยู่ในระดับโลกจะสามารถเป็นผู้นำได้หรือเปล่า  ยกตัวอย่างเช่น  หากพูดถึงเรื่องการศัลยกรรมทุกคนก็จะนึกถึงประเทศเกาหลีในความคิดของคุณพรศักดิ์มองเรื่องนี้อย่างไรคะ

คุณพรศักดิ์ : ประเทศไทยมีจุดชี้ขาดที่ชาติอื่นยากที่จะเป็นคือ การรักงานบริการ ความเอาใจใส่ในการดูแล ความใส่ใจการรักษา สิ่งเหล่านี้ฝังรากลึกลงสู่ดีเอนเอของคนที่ทำงานในสายอาชีพนี้เป็นอย่างมาก รวมถึง แพทย์ไทยใส่ใจในรายละเอียด ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างยิ่ง มีความประณีต และพยายามแก้ปัญหาให้คนไข้อย่างตรงจุดที่สุด โดยการปลูกผมเองต้องอาศัยความละเอียดรอบครอบในแต่ละขั้นตอน การนำกราฟต์ผมออกมาทีละกอจากด้านหลัง แล้วนำไปปลูกบริเวณต่างๆ ต้องอาศัยความชำนาญ การวางทิศทางของเส้นผมให้ดูเป็นธรรมชาติ การปักผมลงความลึกที่ถูกต้องเหมาะสมในแต่ละเส้น เพื่อให้รากผมสมบูรณ์ รวมถึงการคงความสดใหม่ของเซลล์รากผมทุกเซลล์ ให้มีอัตราการอยู่รอดมากที่สุด ทุกสิ่งเหล่านี้ถูกวางแผนและทำขึ้นภายใต้องค์ความรู้ที่ถูกสั่งสมมายาวนาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อดีมากของประเทศไทยในการที่จะก้าวไปเป็นผู้นำในตลาดสากล

แต่สิ่งที่ประเทศไทยขาดก็คือ การรวมกลุ่มแบ่งปัน และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ และภาคเอกชนด้วยกันเอง ทั้งนี้ BEQ Group มีนโยบายที่จะเป็นศูนย์กลาง และต้องการผลักดันให้ธุรกิจปลูกผมของประเทศไทยให้ก้าวไปเป็นศูนย์กลางปลูกผมโลกแห่งใหม่ (The world’s new hair restoration hub )ในอนาคตอันใกล้ โดยในสามปีนี้จะเริ่มจากเอเชียก่อน  ดังนั้น บีอีคิว จึงได้สร้างธุรกิจเครือข่ายเพิ่มเติมเพื่อให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นสถาบันการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือ เวชภัณฑ์ อาหารเสริม และนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศัลยกรรมปลูกผมการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ สู่ความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำครับ

ManGu :  แล้วในตอนนี้ BEQ GROUP มีการทำธุรกิจอะไรนอกเหนือจากการปลูกผมตรงนี้ไหมคะ

คุณพรศักดิ์ :   ธุรกิจของ BEQ Group ทั้งหมดเกี่ยวข้องกลับเส้นผม และหนังศีรษะครับ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ นั้นคือ
1. Pavicon Mediness Academy สถาบันส่งเสริมธุรกิจการแพทย์ด้านการปลูกผม ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะครบวงจร ซึ่งจะเป็นเสมือนโรงเรียนสอนแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ รวมถึงนักธุรกิจที่ต้องการเข้ามาทำธุรกิจปลูกผมโดยเฉพาะ โดยจะมีหลักสูตรต่างๆให้เลือกเรียน เพิ่มทักษะด้านการปลูกผมต่างๆ หรือความรู้ด้านการบริหารงาน การสร้างแบรนด์ การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในคลินิก โดยมีการร่วมมือกับแพทย์ และองค์กรที่เกี่ยวข้องต่างที่มีประสบการณ์จากทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการปลูกผมในประเทศไทยให้ทัดเทียม และเหนือกว่าชาติอื่นๆ และให้แพทย์ปลูกผม หรือบุคลากรด้านอื่นๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูแลรักษาคนไข้อย่างดีสุด

2. Beaute Equilibree Research Center ศูนย์วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการแพทย์ปลูกผม เครื่องมือ เวชภัณฑ์ อาหารเสริม รวมถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม และหนังศีรษะ เพื่อส่งต่อไปสู่เครือข่ายของ BEQ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในรูปแบบสินค้า และผลิตภัณฑ์

3. BEQ Hair Center ศูนย์ศัลยกรรมปลูกผม ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะครบวงจร ที่เน้นการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ร่วมกับประสบการณ์ทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง สู่การให้บริการแบบ Precision Hair Transplant ซึ่งออกแบบมาเฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลนั้นๆโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการรักษาสมบูรณ์แบบ แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ใช้เวลาน้อยสุด พักฟื้นน้อยสุด คุ้มค่ามากที่สุด  ด้วยประสบการณ์จากแพทย์ระดับ American Board และเป็นอาจารย์สอนแพทย์ปลูกผม รวมถึงเป็น Key Opinion Leader ของวงการปลูกผมในประเทศไทยและในระดับสากล

ManGu :  และตอนนี้ มีลูกค้าที่เป็นต่างชาติเยอะไหมคะ

คุณพรศักดิ์ :   ลูกค้าต่างชาติ ถ้านับจากหลังโควิดมา ก็อยู่ที่ประมาณ 20%  ซึ่งในตรงนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนจีน โชคดีตรงที่คนจีนส่วนหนึ่งเขาก็อยู่ในเมืองไทยอยู่แล้ว และมาใช้บริการ หลังจากนั้นคนจีนส่วนตรงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการบอกต่อแนะนำบอกให้เพื่อน บางคนที่แนะนำเพื่อนไป เพื่อนของเขาที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย อาจจะอยู่ในประเทศจีน หรือประเทศอื่นๆ เขาทราบเขาก็จะบินมาใช้บริการกับเรา  อีกกลุ่มหนึ่งที่เล็กลงมาจากจีนหน่อย ก็จะกระจายๆกันครับ เช่น คนญี่ปุ่นบ้าง ยุโรปบ้าง ชาวอเมริกันบ้าง ต้องบอกว่าอย่างในอเมริกัน หากอยากได้คลินิกปลูกผมดีๆ บอกเลยราคาสูงมากๆ สูงกว่าเมืองไทย 3-4 เท่าเลย ดังนั้น เขารู้เขาก็จะบินมาใช้บริการ  และในอนาคตอันใกล้ทาง ศูนย์ปลูกผม บีอีคิว จะมีการขยายสู่การเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการปลูกผมครับ

 ManGu :  ตอนนี้ก็ 2024 แล้วนะคะ  ตอนนี้มีเป้าหมายอย่างไรบ้างคะ

คุณพรศักดิ์ :   ในภาพใหญ่ BEQ Group เองมีการวางแผนเข้าสู่การเป็นบริษัทมหาชน หรือก็คือเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2 ปีข้างหน้าครับ

               สำหรับในปีนี้ สิ่งที่จะทำให้องค์กรก้าวไปอีกขั้นคือ เราจะเปิดแฟรนไชส์ในส่วนของ Pavicon Hair Restoration Center เนื่องจากเราเป็นองค์กรเอกชนที่เดียวในประเทศไทยที่ให้บริการด้านการสอนธุรกิจวิชาชีพนี้อย่างจริงจัง ลูกศิษย์เราหลายๆคนภายหลังจบหลักสูตรก็นำไปขยายผลต่อยอดธุรกิจตัวเองที่มีอยู่ หลายๆกรณีแพทย์เหล่านั้นไม่อยากเสียเวลาในการเริ่มต้นจากศูนย์ อยากได้แบรนด์เราไปใช้เลย เนื่องจากความเป็นมาตรฐานและมีชื่อเสียงอยู่ก่อนแล้ว จึงเรียกร้องให้มีการซื้อขายแฟรนไชส์ขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งภายในปีนี้น่าจะมีประมาณ 10 สาขาที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และอีกหนึ่ง Master Franchise ในต่างประเทศ

               ในส่วนของ BEQ Hair Center เองตอนนี้มีการวางแผนต่อยอดไปเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการปลูกผม ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะครบวงจร ที่แรกในภูมิภาค

ManGu :  ตอนนี้ธุระกิจค่อนข้างมีหลายด้านเลยนะคะ อยากทราบว่าในปัจจุบัน มีวิธีการบริหารจัดการทีมอย่างไรคะ

คุณพรศักดิ์ :   สำหรับผม การให้ทีมงานทุกคนได้รับรู้ถึงเป้าหมายขององค์กรว่า เป้าหมายคืออะไร จะเดินทางไปสู่จุดนั้นอย่างไร รวมถึงสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมอย่างไรบ้าง และให้ทีมได้ช่วยกันออกแบบสร้างแนวทางในการทำงานร่วมกัน เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดครับ

               อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การเอาใจเขามาใส่ใจเราครับ ผมยึดถือเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เวลามีปัญหาหรือความไม่เข้าใจกันในองค์กรเกิดขึ้น ทั้งในระหว่างแผนก และระหว่างบุคคล จะต้องให้ความยุติธรรม และเท่าเทียมกันในการตัดสินครับ เมื่อเราแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างซ้ำๆ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมา พนักงานทุกๆคนจะได้รับการปลูกฝังเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เข้างานมาจนออกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ ผมมองว่าความเท่าเทียมกันภายในองค์กร หลักการและเหตุผลไม่ได้อยู่ที่ระดับการศึกษา ตำแหน่ง ประสบการณ์หรือเงินเดือน แต่เป็นทัศนคติในการทำงานร่วมกัน ความต้องการเห็นองค์กรของเราน่าอยู่ อยากมาทำงานในทุกๆวัน อยากมาเจอ อยากมาให้บริการคนไข้ ลูกค้า อยากมามอบความสุขให้กันและกันต่างหากที่จะผลักดันให้นโยบายต่างๆประสบความสำเร็จได้ครับ

ManGu :  ปกติเวลาเราทำงานจะมีการประชุมเยอะมาก อยากทราบว่ามีวิธีการบาลานซ์ชีวิตยังไงคะ

คุณพรศักดิ์ :    อาจฟังดูแปลกๆนะครับ ในปัจจุบันเราจะได้ยินคำว่า work life balance ในการทำงานบ่อยมากๆ ซึ่งผมไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ครับ ผมอาจจะยังเป็นคนยุคเก่าที่เชื่อว่า การทำงานหนัก การอดทนทำงานอย่างสุดพลังเพื่อเป้าหมาย การอดเปรี้ยวไว้กินหวาน เป็นสิ่งที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ดังนั้น ถ้าผมให้นิยามคำว่า work life balance ในแบบของผมคงจะหมายถึงการบริหารเวลาในการทำงานโดยไม่ให้กระทบต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์กับคนที่เรารัก ถึงแม้ว่าในหนึ่งวัน 24 ชั่วโมง เราจะทำงานไปแล้ว 15 ชั่วโมง จะเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องไปออกกำลังกาย จะล้าแค่ไหนก็ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ครอบครัว อยู่ข้างๆคอยให้กำลังใจให้รู้ว่าทุกอย่างมีความสำคัญและหล่อเลี้ยงชีวิตเราครับ

  ManGu :  สุดท้าย นี้มีอะไรอยากจะฝากถึงผู้อ่านชาวจีนบ้างคะ

คุณพรศักดิ์ :     ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ManGu ที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์ในครั้งนี้ครับ ผมอยากฝากบอกผู้อ่านชาวจีนทุกๆท่านว่า ในปัจจุบันทุกๆท่านล้วนแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง และคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็ตาม โดยที่ไม่ทราบเลยว่าข้อมูลต่างๆที่ได้รับฟัง ได้อ่าน ได้เห็นเป็นความจริงหรือไม่ ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกๆท่าน หรือแนะนำบุคคลที่ท่านรัก ที่มีปัญหาผมบาง หัวล้าน หรือผมร่วง ได้เข้ามาปรึกษา มาพูดคุย มาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวท่านเอง มาพิสูจน์ด้วยตัวเองว่า BEQ ของเราสามารถแก้ไขปัญหา และเติมเต็มสิ่งที่ทุกท่านต้องการ เป็นเสมือนเพื่อนที่คอยช่วยเหลือเวลาที่ท่านไม่รู้จะจัดการปัญหานั้นๆอย่างไร 

               ทางทีมแพทย์ และพนักงานทุกๆท่านจาก BEQ GROUP ยินดีต้อนรับเพื่อนๆชาวจีนที่น่ารักทุกๆท่านครับ ขอบคุณครับ

_______________________________________________________________________________________________________

Thank you.

คุณพรศักดิ์ เจียมสว่างพร

_______________________________________________________________________________________________________

Photographer : Natchakrit Wichiensarn @ktpx.kritt 
Graphic Designer : Natchaphol Jin Srijun @Banshy.j
Coordinator : Narumon Sripool @poo_ler 
Column Writer : Ms.Huang Lanjun @Mocy

You can share this post!

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 272 (15th Feb 2024) พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีมากความสามารถ เป็นทั้งทหาร นักการเมือง และบัณฑิตผู้มากความรู้

MANGU E-Magazine Cover Story Issue 270 (1st Jan 2024) พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษของ"ท่านสุทิน คลังแสง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม!